ข่าวสารและบทความ
ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขั้นตอน เอกสาร และสิ่งที่ต้องรู้

การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการก่อนเปิดกิจการ ไม่ใช่หลังจากที่ดำเนินงานไปแล้ว หลายกิจการพบปัญหาเมื่อเปิดดำเนินการไปหลายเดือนแล้วจึงทราบว่าต้องขออนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่บทลงโทษและค่าปรับที่หลีกเลี่ยงได้หากเตรียมตัวล่วงหน้า

บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ครบจบ ตั้งแต่กิจการประเภทใดเข้าข่าย เอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนการยื่น แบบ อภ.1 รวมถึงหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติหลังได้รับใบอนุญาตแล้ว

สารบัญ

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คืออะไร และใครต้องขอใบอนุญาต?

นิยามตามกฎหมาย พ.ร.บ.การสาธารณสุข

กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หมายถึงกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งถูกกำหนดกรอบการควบคุมไว้ภายใต้ พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนดประเภทกิจการที่ต้องควบคุมในพื้นที่ของตน

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ไม่ใช่ทุกกิจการที่อยู่ในรายการประกาศกระทรวงสาธารณสุขจะต้องขอใบอนุญาตเหมือนกันทุกพื้นที่ ต้องตรวจสอบข้อบัญญัติท้องถิ่นที่สถานประกอบการตั้งอยู่ประกอบด้วยเสมอ

ประเภทกิจการที่มักเข้าข่ายต้องขออนุญาต

ตัวอย่างกิจการที่มักถูกกำหนดให้ต้องควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่

  • กิจการเกี่ยวกับสารเคมีและผลิตภัณฑ์เคมี
  • กิจการเกี่ยวกับปิโตรเลียมและสถานีบริการน้ำมัน — ดูเพิ่มเติมที่ ตรวจน้ำทิ้งสถานีบริการน้ำมัน
  • กิจการฟาร์มสัตว์บางประเภท เช่น ฟาร์มสุกร — ดูเพิ่มเติมที่ ตรวจน้ำทิ้งฟาร์มสุกร
  • กิจการผลิตหรือแปรรูปอาหารบางประเภท
  • กิจการที่เกี่ยวข้องกับการสะสมหรือคัดแยกวัสดุ
  • กิจการที่ก่อให้เกิดฝุ่น กลิ่น เสียง หรือน้ำเสียต่อสิ่งแวดล้อม

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เอกสารพื้นฐานที่ทุกกิจการต้องมี

  • แบบคำขอ อภ.1 (ดาวน์โหลดได้จากหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่)
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการและของสถานที่ประกอบการ
  • เอกสารแสดงสิทธิ์ในการใช้สถานที่ เช่น โฉนด สัญญาเช่า
  • หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้อื่นดำเนินการแทน
  • เอกสารของนิติบุคคล กรณีผู้ประกอบการเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน

หมายเหตุ: รายการเอกสารอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและข้อกำหนดของแต่ละท้องถิ่น ควรตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนยื่นจริง

เอกสารเพิ่มเติมสำหรับกิจการที่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

กิจการที่มีการปล่อยน้ำทิ้ง ฝุ่น กลิ่น หรือสารเคมี อาจต้องแนบผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพสิ่งแวดล้อมประกอบ เช่น ผลตรวจคุณภาพน้ำเสียจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน สำหรับข้อมูลเรื่องพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงาน ต้องตรวจกี่พารามิเตอร์ และ ตรวจน้ำเสียตามกฎหมายประจำปี

ขั้นตอนการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทีละขั้น

ขั้นที่ 1 — ตรวจสอบประเภทกิจการและพื้นที่

ก่อนเตรียมเอกสาร ต้องยืนยันก่อนว่ากิจการของตนเข้าข่ายประเภทที่ท้องถิ่นกำหนดให้ต้องควบคุมหรือไม่ สอบถามตรงจากสำนักงานเขต เทศบาล หรือ อบต. ในพื้นที่เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด

ขั้นที่ 2 — เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

จัดเตรียมแบบ อภ.1 พร้อมเอกสารประกอบตามที่หน่วยงานท้องถิ่นกำหนด หากกิจการมีระบบบำบัดน้ำเสียควรมีเอกสารแสดงรายละเอียดระบบแนบด้วย

ขั้นที่ 3 — ยื่นแบบ อภ.1 ต่อหน่วยงานท้องถิ่น

ยื่นคำขอพร้อมเอกสารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่รับผิดชอบพื้นที่ สำหรับผู้ประกอบการในกรุงเทพมหานครสามารถยื่นผ่านสำนักงานเขตหรือระบบ BMA OSS กิจการที่ต้องจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่น ดูบริการได้ที่ บริการตรวจน้ำโรงงาน

ขั้นที่ 4 — รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและสถานที่

เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และอาจลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการเพื่อดูว่ามีการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ด้านสุขลักษณะหรือไม่ หากพบข้อบกพร่องอาจให้แก้ไขก่อน

ขั้นที่ 5 — รับใบอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไข

เมื่อผ่านการตรวจสอบครบถ้วน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกใบอนุญาตให้ ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออก และต้องยื่นต่ออายุก่อนหมดด้วยแบบ อภ.3 ไม่ใช่ อภ.1

อภ.1 กับ อภ.3 ต่างกันอย่างไร?

ผู้ประกอบการมักสับสนระหว่างแบบฟอร์มทั้งสอง ตารางด้านล่างแสดงความแตกต่างที่ควรรู้

แบบฟอร์ม ใช้สำหรับ
อภ.1 คำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (ครั้งแรก)
อภ.3 คำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
อภ.4 คำขอเปลี่ยนแปลง ขยาย หรือลดการประกอบกิจการ
อภ.6 คำขอรับใบแทนใบอนุญาต
อภ.8 คำขอโอนการดำเนินกิจการ
อภ.9 คำขอบอกเลิกการดำเนินกิจการ

อ่านรายละเอียดเรื่อง อภ.1 เพิ่มเติมได้ที่ อภ.1 ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คืออะไร?

หน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมหลังได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

การตรวจคุณภาพน้ำทิ้งและน้ำเสีย

หลังได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว กิจการหลายประเภทยังมีหน้าที่ต้องตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามรอบที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะโรงงานและสถานประกอบการที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ต้องส่งผลตรวจให้กับหน่วยงานที่กำกับดูแล

ค่าที่ต้องตรวจและมาตรฐานที่ต้องผ่านดูได้จาก ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 และหากต้องการเข้าใจค่าพารามิเตอร์น้ำเสีย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ BOD COD คืออะไร ต่างกันอย่างไร และ ค่าพารามิเตอร์น้ำเสีย มีอะไรบ้าง

การตรวจคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

กิจการที่มีการปล่อยฝุ่น กลิ่น หรือมลพิษทางอากาศ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใน กฎกระทรวงควบคุมสถานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. 2560 และอาจต้องตรวจวัดคุณภาพอากาศในกรณีที่กำหนด

สิ่งที่ผู้ประกอบการมักพลาดในการขอใบอนุญาต

  • ไม่ตรวจสอบข้อบัญญัติท้องถิ่นก่อนยื่น — รายการกิจการที่ต้องควบคุมในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน
  • เอกสารไม่ครบหรือไม่อัปเดต — โดยเฉพาะกรณีนิติบุคคลที่ต้องใช้หนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด
  • ลืมยื่นต่ออายุก่อนหมดอายุ — ต้องใช้แบบ อภ.3 ไม่ใช่ อภ.1
  • ไม่มีผลตรวจน้ำเสียแนบ — กิจการที่มีน้ำทิ้งมักต้องแนบผลตรวจจาก ห้องปฏิบัติการที่ได้รับรอง ISO/IEC 17025
  • เปลี่ยนแปลงกิจการโดยไม่แจ้ง — การขยายหรือเปลี่ยนแปลงต้องยื่น อภ.4 เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

กิจการประเภทไหนบ้างที่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ?

กิจการที่อยู่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เช่น กิจการสารเคมี ปิโตรเลียม ฟาร์มสัตว์ สถานีบริการน้ำมัน กิจการผลิตอาหารบางประเภท และกิจการที่ก่อให้เกิดฝุ่น กลิ่น หรือน้ำเสีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อบัญญัติของแต่ละท้องถิ่น

การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยื่นที่ไหน?

ยื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นในพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรุงเทพฯ ยื่นที่สำนักงานเขต ส่วนต่างจังหวัดยื่นที่เทศบาลหรือ อบต.

แบบ อภ.1 กับ อภ.3 ต่างกันอย่างไร?

อภ.1 คือแบบคำขอรับใบอนุญาตครั้งแรก ส่วน อภ.3 ใช้สำหรับต่ออายุใบอนุญาต

กิจการที่มีน้ำเสียต้องแนบเอกสารอะไรเพิ่มเติม?

มักต้องแนบผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อแสดงว่าระบบบำบัดน้ำเสียทำงานได้ตามข้อกำหนด

ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีอายุเท่าไหร่?

โดยทั่วไปมีอายุ 1 ปีนับจากวันที่ออก และต้องยื่นต่ออายุก่อนหมดอายุโดยใช้แบบ อภ.3

สรุป

การขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการก่อนเปิดกิจการเสมอ เริ่มจากตรวจสอบว่ากิจการของตนเข้าข่ายหรือไม่ เตรียมเอกสารให้ครบ และจัดเตรียมระบบบำบัดน้ำเสียรวมถึงผลตรวจสิ่งแวดล้อมหากกิจการนั้นกำหนดให้ต้องมี

WE Environment ให้บริการตั้งแต่การเก็บตัวอย่างน้ำ ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการจัดทำรายงาน โดยห้องปฏิบัติการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ดูรายละเอียดบริการได้ที่ บริการของ WE Environment หรือ ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี

บทความและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนส่งแล็บ

น้ำในถังพักหรือหัวจ่ายภายในโรงเรือนอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่สังเกตเห็นได้ แต่ลักษณะภายนอกไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปราศจากจุลินทรีย์หรือสารปนเปื้อน การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังเตรียมขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ระบบน้ำภายในฟาร์มประกอบด้วยหลายส่วน ตั้งแต่แหล่งน้ำต้นทาง ระบบกรอง ถังพัก ท่อส่ง ไปจนถึงหัวจ่ายภายในโรงเรือน แม้น้ำจากแหล่งต้นทางจะมีคุณภาพเหมาะสม แต่การสะสมของตะกอน คราบภายในถัง หรือสิ่งปนเปื้อนในระบบท่ออาจทำให้คุณภาพน้ำบริเวณปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ บทความนี้สรุปรายการตรวจ เกณฑ์จุลินทรีย์ ความถี่ในการตรวจ จุดเก็บตัวอย่าง วิธีนำส่ง และแนวทางเลือกห้องปฏิบัติการ

อ่านเพิ่มเติม »
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ ตาม มกษ. 6901-2560 ต้องตรวจอะไรบ้าง?

น้ำในถังพักหรือระบบจ่ายน้ำอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่มองเห็นได้ แต่ลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปลอดจากจุลินทรีย์หรือโลหะหนัก การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม มาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับฟาร์มไก่เนื้อกำหนดให้น้ำที่ใช้เลี้ยงไก่ต้องสะอาดและมีผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ขณะที่แนวปฏิบัติได้ระบุรายการทดสอบ ค่าที่ยอมรับได้ และช่วงเวลาที่ควรมีผลตรวจไว้อย่างชัดเจน การเลือกพารามิเตอร์ จุดเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และวิธีนำส่งจึงต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการตรวจ บทความนี้สรุปรายการตรวจน้ำสำหรับฟาร์มไก่เนื้อทั้งหมด 8 รายการ พร้อมเกณฑ์อ้างอิง วิธีวางแผนเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล และแนวทางจัดการเมื่อผลตรวจไม่ผ่าน สำหรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการตรวจวิเคราะห์

อ่านเพิ่มเติม »
น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562: เช็กรหัสและรายการตรวจก่อนส่งแล็บ

คำค้น น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562 เป็นคำที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนนำไปใช้ในเอกสารฟาร์ม ใบเสนอราคา ใบนำส่งตัวอย่าง หรือรายงานผล เนื่องจากเลขมาตรฐานดังกล่าวนำรหัสของมาตรฐานฟาร์มไก่เนื้อมารวมกับปีของมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ เอกสารทางการระบุว่า มกษ.6901-2560 ใช้กับฟาร์มไก่เนื้อ ส่วนมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่คือ มกษ.6909-2562 และเอกสารแนวปฏิบัติใช้รหัส มกษ.6909(G)-2562 ดังนั้น ก่อนส่งตรวจน้ำจึงควรยืนยันรหัสมาตรฐาน วัตถุประสงค์ และรายการทดสอบให้ตรงกับประเภทของฟาร์ม บทความนี้รวบรวมรายการตรวจจุลินทรีย์ เกณฑ์ผ่าน ความถี่ในการตรวจ วิธีเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล

อ่านเพิ่มเติม »