ข่าวสารและบทความ
BOD COD คืออะไร ต่างกันอย่างไร

BOD COD คืออะไร ต่างกันอย่างไร อ่านค่าน้ำเสียให้เป็นฉบับสมบูรณ์

ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารสำนักงาน คำว่า BOD COD คืออะไร มักเป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นเมื่อต้องอ่านรายงานผลวิเคราะห์น้ำ ค่าทั้งสองตัวนี้คือหัวใจสำคัญของการประเมินความสกปรกของน้ำ และเป็นตัวชี้วัดหลักที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมไทยกำหนดให้โรงงานต้องรายงานอย่างสม่ำเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม หรือผู้ประกอบการที่ต้องทำรายงาน EIA Monitoring การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง BOD และ COD รวมถึงวิธีอ่านค่าให้ถูกต้อง จะช่วยให้ตัดสินใจวางแผนระบบบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด

สารบัญ

BOD คืออะไร

ความหมายของ BOD

BOD ย่อมาจาก Biochemical Oxygen Demand หรือ ความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี คือปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ละลายอยู่ในน้ำ ภายใต้สภาวะแอโรบิก (มีออกซิเจน) ตาม US Geological Survey (USGS) BOD ถือเป็นหนึ่งในพารามิเตอร์มาตรฐานที่ใช้วัดคุณภาพน้ำทั่วโลก

ค่า BOD ที่นิยมใช้ในมาตรฐานสากลคือ BOD₅ ซึ่งวัดการใช้ออกซิเจนในช่วงเวลา 5 วัน ที่อุณหภูมิ 20°C ในสภาพมืด ยิ่งน้ำมีสารอินทรีย์มาก จุลินทรีย์ยิ่งต้องใช้ออกซิเจนมาก ค่า BOD จึงยิ่งสูงตามไปด้วย

ค่า BOD บอกอะไรเรา

ตาม US EPA Dissolved Oxygen & BOD Monitoring Program ค่า BOD ในแหล่งน้ำธรรมชาติสะท้อนผลกระทบของน้ำเสียต่อระบบนิเวศโดยตรง

  • BOD สูง → น้ำมีสารอินทรีย์สะสมมาก เช่น น้ำเสียจากโรงงานอาหาร ฟาร์มสัตว์ หรือโรงแรม → ออกซิเจนในน้ำลดลง → สัตว์น้ำขาดอากาศและตายได้
  • BOD ต่ำ → น้ำสะอาด มีออกซิเจนละลายเพียงพอ → ระบบนิเวศน้ำยังคงสมดุล
  • ค่า BOD ใช้ประเมิน ประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียทางชีวภาพ ว่าสามารถลดสารอินทรีย์ได้มากน้อยแค่ไหน

วิธีวัดค่า BOD

กระบวนการวัด BOD₅ ได้รับการรับรองโดย US EPA ในชื่อ Method 5210B ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากล (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม Wikipedia — Biochemical Oxygen Demand)

  1. เก็บตัวอย่างน้ำใส่ขวด BOD ปิดสนิทให้เต็มขวดเพื่อลดการสัมผัสอากาศ
  2. วัดค่า DO (ออกซิเจนละลายน้ำ) เริ่มต้น
  3. บ่มตัวอย่างในที่มืดที่อุณหภูมิ 20°C นาน 5 วัน
  4. วัด DO อีกครั้ง → ผลต่างของ DO คือค่า BOD₅

COD คืออะไร

ความหมายของ COD

COD ย่อมาจาก Chemical Oxygen Demand หรือ ความต้องการออกซิเจนทางเคมี คือปริมาณออกซิเจนที่ต้องใช้ในการออกซิไดซ์สารอินทรีย์และสารอนินทรีย์บางชนิดในน้ำ โดยอาศัย สารเคมีออกซิแดนท์ แทนการใช้จุลินทรีย์

ข้อแตกต่างสำคัญคือ COD ครอบคลุมทั้งสารที่จุลินทรีย์ย่อยสลายได้และสารที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ จึงให้ภาพรวมความสกปรกของน้ำได้กว้างกว่า BOD และได้ผลเร็วกว่ามาก

ค่า COD บอกอะไรเรา

จาก EVS Institute — Environmental Studies การวิเคราะห์ทั้ง BOD และ COD ร่วมกันช่วยให้เข้าใจองค์ประกอบของน้ำเสียได้ครบถ้วนก่อนออกแบบระบบบำบัด

  • COD สูง → น้ำมีสารอินทรีย์และสารเคมีปนเปื้อนในระดับสูง เช่น น้ำเสียจากโรงงานเคมี สิ่งทอ หรือชุบโลหะ
  • COD มักสูงกว่า BOD เสมอ เนื่องจากวัดสารได้ครอบคลุมกว่า
  • ค่า COD ใช้ประเมิน ภาพรวมของมลพิษในน้ำ ได้รวดเร็ว ก่อนจะรอผล BOD ที่ใช้เวลา 5 วัน

วิธีวัดค่า COD

  1. นำตัวอย่างน้ำผสมกับ Potassium Dichromate (K₂Cr₂O₇) และกรดซัลฟิวริก
  2. ให้ความร้อนที่ 150°C นาน 2 ชั่วโมง เพื่อออกซิไดซ์สารทั้งหมด
  3. วัดปริมาณ Dichromate ที่เหลือด้วย Spectrophotometer
  4. คำนวณย้อนกลับเป็น mg/L ของออกซิเจนที่ใช้ไป

BOD กับ COD ต่างกันอย่างไร เปรียบเทียบให้ชัด

มาตรฐานน้ำทิ้ง BOD COD
มาตรฐานน้ำทิ้ง BOD COD
ประเด็น BOD COD
ย่อมาจาก Biochemical Oxygen Demand Chemical Oxygen Demand
สิ่งที่วัด สารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ สารอินทรีย์ + สารอนินทรีย์รวม
วิธีวัด ใช้จุลินทรีย์ (ชีวภาพ) ใช้สารเคมีออกซิแดนท์
เวลารอผล 5 วัน (BOD₅) 2–3 ชั่วโมง
ระดับค่า ต่ำกว่า COD เสมอ สูงกว่า BOD เสมอ
ใช้ประเมิน ประสิทธิภาพระบบบำบัดชีวภาพ ภาพรวมความสกปรกของน้ำ
ข้อจำกัด ใช้เวลานาน ผลถูกรบกวนจากสารพิษต่อจุลินทรีย์ ไม่แยกสารย่อยสลายได้/ไม่ได้

อัตราส่วน BOD/COD บอกอะไร

อัตราส่วน BOD/COD เป็นตัวช่วยเลือกระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม

  • BOD/COD > 0.5 → น้ำเสียส่วนใหญ่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ → เหมาะกับระบบ Activated Sludge หรือ Aerobic Treatment
  • BOD/COD 0.3–0.5 → น้ำเสียมีสารเคมีปนอยู่บ้าง → ควรใช้ระบบผสมระหว่างชีวภาพและเคมี
  • BOD/COD < 0.3 → มีสารที่ย่อยสลายทางชีวภาพไม่ได้สูง → ต้องพิจารณาระบบบำบัดเคมีหรือฟิสิกัล-เคมีเป็นหลัก

มาตรฐานค่า BOD COD สำหรับน้ำทิ้งในประเทศไทย

เกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม

ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดมาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานไว้ดังนี้

  • BOD ไม่เกิน 20–50 mg/L (ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดโรงงาน)
  • COD ไม่เกิน 120–400 mg/L
  • pH อยู่ระหว่าง 5.5–9.0
  • TSS ไม่เกิน 50–150 mg/L

เกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งจากอาคาร

ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ดังนี้

  • BOD ไม่เกิน 20 mg/L
  • COD ไม่เกิน 120 mg/L
  • TSS ไม่เกิน 30 mg/L

ถ้าค่าเกินมาตรฐานจะเกิดอะไรขึ้น

  • ถูกเจ้าหน้าที่ตักเตือนและสั่งแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • มีโทษปรับตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • อาจถูกระงับหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ
  • กระทบต่อการต่ออายุใบอนุญาตโรงงานในปีถัดไป
  • สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศแหล่งน้ำและชุมชนโดยรอบ

วิธีอ่านรายงานผลวิเคราะห์น้ำเสียให้เป็น

ค่าอื่นที่ควรรู้จักในรายงานนอกจาก BOD/COD

รายงานผลวิเคราะห์น้ำเสียมักมีพารามิเตอร์หลายตัว ควรทำความเข้าใจค่าเหล่านี้ควบคู่กัน

  • DO (Dissolved Oxygen): ออกซิเจนที่ละลายในน้ำ ยิ่งสูงยิ่งดี ค่าต่ำกว่า 4 mg/L บ่งชี้ว่าน้ำเริ่มเน่าเสีย
  • TSS (Total Suspended Solids): ของแข็งแขวนลอยทั้งหมด สัมพันธ์กับความขุ่นของน้ำ
  • TDS (Total Dissolved Solids): ของแข็งที่ละลายในน้ำทั้งหมด บ่งบอกความเค็มและแร่ธาตุ
  • pH: ความเป็นกรด-ด่าง น้ำเสียที่เป็นกรดหรือด่างจัดส่งผลต่อระบบชีวภาพ
  • Turbidity: ความขุ่นของน้ำ วัดเป็น NTU
  • TKN (Total Kjeldahl Nitrogen): ไนโตรเจนทั้งหมด สำคัญสำหรับน้ำเสียจากฟาร์มและอาหาร

ขั้นตอนอ่านผลรายงานแบบง่าย ทำตามได้เลย

  1. ดูค่ามาตรฐานอ้างอิง — ตรวจสอบว่ารายงานอ้างอิงมาตรฐานใด (กรมโรงงาน / กรมควบคุมมลพิษ / EIA Conditions)
  2. เปรียบเทียบค่าที่วัดได้กับมาตรฐาน — ถ้าค่าเกิน จะมีเครื่องหมาย * หรือข้อความ “เกินมาตรฐาน” กำกับ
  3. ตรวจสอบหน่วยให้ตรง — ส่วนใหญ่ใช้ mg/L แต่บางพารามิเตอร์ใช้ μg/L ระวังอย่าอ่านสลับกัน
  4. ดูวันที่เก็บตัวอย่าง — ผลต้องใช้ภายในกรอบเวลาที่รายงาน EIA กำหนด
  5. ตรวจสอบตราประทับและลายเซ็นนักวิทยาศาสตร์ — ห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองจะมีเลขทะเบียนกำกับ

ทำไมต้องส่งตัวอย่างน้ำให้ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน

การวิเคราะห์ BOD COD ไม่ใช่แค่การวัดตัวเลข แต่ต้องอาศัยเครื่องมือวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง กระบวนการที่ควบคุมได้ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในขั้นตอนเก็บตัวอย่างหรือวิเคราะห์สามารถทำให้ผลเบี่ยงเบนได้หลายสิบเปอร์เซ็นต์

ตาม ISO.org — มาตรฐาน ISO/IEC 17025 ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้จะสามารถออกรายงานที่ได้รับการยอมรับระหว่างประเทศ ผลวิเคราะห์จึงนำไปใช้ในรายงานทางกฎหมายได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นรายงาน EIA Monitoring รายงานประจำปีต่อกรมโรงงาน หรือเอกสารประกอบการต่ออายุใบอนุญาต

We Environment ให้บริการ ตรวจวิเคราะห์น้ำเสีย ครบวงจร ตั้งแต่การเก็บตัวอย่าง วิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเลขทะเบียน ว-364 (ISO/IEC 17025: NSC-TISI-17025 TESTING 1810) และจัดทำรายงานที่พร้อมส่งหน่วยงานภาครัฐ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ BOD COD

BOD กับ COD ต่างกันอย่างไรในเชิงปฏิบัติ?

BOD วัดเฉพาะสารอินทรีย์ที่จุลินทรีย์ย่อยสลายได้ ส่วน COD วัดสารอินทรีย์ทั้งหมดรวมถึงส่วนที่ย่อยสลายไม่ได้ด้วย ในทางปฏิบัติ COD จึงสูงกว่า BOD เสมอ และให้ผลเร็วกว่ามาก เหมาะสำหรับการตรวจสอบเบื้องต้นหรือกรณีที่ต้องการผลด่วน

ค่า BOD COD ในน้ำเสียโรงงานควรอยู่ที่เท่าไร?

ขึ้นอยู่กับประเภทโรงงาน แต่โดยทั่วไปมาตรฐานกรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดให้ BOD ไม่เกิน 20–50 mg/L และ COD ไม่เกิน 120–400 mg/L ควรตรวจสอบประกาศที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการโดยตรง

BOD₅ คืออะไร แตกต่างจาก BOD ทั่วไปอย่างไร?

BOD₅ คือค่า BOD ที่วัดในช่วง 5 วันที่อุณหภูมิ 20°C ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานสากลที่ใช้ในรายงานทั่วโลก เมื่อพูดถึง BOD โดยไม่ระบุ ส่วนใหญ่หมายถึง BOD₅ นั่นเอง

ทำไมค่า COD ถึงสูงกว่า BOD เสมอ?

เพราะ COD ออกซิไดซ์ได้ทั้งสารที่ย่อยสลายได้และย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพ ครอบคลุมสารมากกว่า BOD ที่วัดเฉพาะส่วนที่จุลินทรีย์จัดการได้เท่านั้น ในทางทฤษฎี COD ≥ BOD เสมอ

ควรเก็บตัวอย่างน้ำอย่างไรเพื่อให้ผล BOD COD แม่นยำ?

ใช้ขวดที่ล้างสะอาดด้วยน้ำตัวอย่าง บรรจุให้เต็มขวดเพื่อลดการสัมผัสออกซิเจน แช่เย็นที่ 4°C และนำส่งห้องปฏิบัติการภายใน 24 ชั่วโมงสำหรับ BOD และ 48 ชั่วโมงสำหรับ COD

สรุป

BOD และ COD คือสองค่าหลักที่ขาดไม่ได้ในการประเมินคุณภาพน้ำเสีย โดย BOD วัดการใช้ออกซิเจนของจุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ ส่วน COD วัดออกซิเจนที่ต้องใช้ทั้งหมดรวมถึงสารที่ย่อยสลายไม่ได้ทางชีวภาพด้วย การเข้าใจความแตกต่างระหว่างสองค่านี้ รวมถึงการรู้จักอ่านรายงานและเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ถูกต้อง จะช่วยให้วางแผนระบบบำบัดน้ำเสียได้อย่างตรงจุดและประหยัดต้นทุน

หากต้องการตรวจวิเคราะห์ BOD COD และพารามิเตอร์น้ำเสียอื่นๆ พร้อมรายงานมาตรฐานที่ส่งหน่วยงานภาครัฐได้ทันที สามารถ ติดต่อทีมงาน We Environment ได้เลย ด้วยห้องปฏิบัติการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมพร้อมให้บริการครบวงจร

บทความและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนส่งแล็บ

น้ำในถังพักหรือหัวจ่ายภายในโรงเรือนอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่สังเกตเห็นได้ แต่ลักษณะภายนอกไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปราศจากจุลินทรีย์หรือสารปนเปื้อน การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังเตรียมขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ระบบน้ำภายในฟาร์มประกอบด้วยหลายส่วน ตั้งแต่แหล่งน้ำต้นทาง ระบบกรอง ถังพัก ท่อส่ง ไปจนถึงหัวจ่ายภายในโรงเรือน แม้น้ำจากแหล่งต้นทางจะมีคุณภาพเหมาะสม แต่การสะสมของตะกอน คราบภายในถัง หรือสิ่งปนเปื้อนในระบบท่ออาจทำให้คุณภาพน้ำบริเวณปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ บทความนี้สรุปรายการตรวจ เกณฑ์จุลินทรีย์ ความถี่ในการตรวจ จุดเก็บตัวอย่าง วิธีนำส่ง และแนวทางเลือกห้องปฏิบัติการ

อ่านเพิ่มเติม »
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ ตาม มกษ. 6901-2560 ต้องตรวจอะไรบ้าง?

น้ำในถังพักหรือระบบจ่ายน้ำอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่มองเห็นได้ แต่ลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปลอดจากจุลินทรีย์หรือโลหะหนัก การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม มาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับฟาร์มไก่เนื้อกำหนดให้น้ำที่ใช้เลี้ยงไก่ต้องสะอาดและมีผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ขณะที่แนวปฏิบัติได้ระบุรายการทดสอบ ค่าที่ยอมรับได้ และช่วงเวลาที่ควรมีผลตรวจไว้อย่างชัดเจน การเลือกพารามิเตอร์ จุดเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และวิธีนำส่งจึงต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการตรวจ บทความนี้สรุปรายการตรวจน้ำสำหรับฟาร์มไก่เนื้อทั้งหมด 8 รายการ พร้อมเกณฑ์อ้างอิง วิธีวางแผนเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล และแนวทางจัดการเมื่อผลตรวจไม่ผ่าน สำหรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการตรวจวิเคราะห์

อ่านเพิ่มเติม »
น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562: เช็กรหัสและรายการตรวจก่อนส่งแล็บ

คำค้น น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562 เป็นคำที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนนำไปใช้ในเอกสารฟาร์ม ใบเสนอราคา ใบนำส่งตัวอย่าง หรือรายงานผล เนื่องจากเลขมาตรฐานดังกล่าวนำรหัสของมาตรฐานฟาร์มไก่เนื้อมารวมกับปีของมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ เอกสารทางการระบุว่า มกษ.6901-2560 ใช้กับฟาร์มไก่เนื้อ ส่วนมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่คือ มกษ.6909-2562 และเอกสารแนวปฏิบัติใช้รหัส มกษ.6909(G)-2562 ดังนั้น ก่อนส่งตรวจน้ำจึงควรยืนยันรหัสมาตรฐาน วัตถุประสงค์ และรายการทดสอบให้ตรงกับประเภทของฟาร์ม บทความนี้รวบรวมรายการตรวจจุลินทรีย์ เกณฑ์ผ่าน ความถี่ในการตรวจ วิธีเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล

อ่านเพิ่มเติม »