ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 ตามกฎหมายต้องตรวจอะไรบ้าง? รู้ก่อนโดนปรับ

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 ตามกฎหมายต้องตรวจอะไรบ้าง? รู้ก่อนโดนปรับ

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 ตามกฎหมายต้องตรวจอะไรบ้าง

โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการระบายน้ำทิ้งออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือท่อระบายน้ำ จำเป็นต้องปฏิบัติตามค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 ตามกฎหมายต้องตรวจอะไรบ้าง ซึ่งกำหนดไว้ภายใต้ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำเสียที่ปล่อยออกมากระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

การละเลยหรือตรวจไม่ครบถ้วนอาจส่งผลให้โรงงานถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. โรงงาน พ.ศ. 2535 ทั้งโทษปรับและโทษทางปกครอง บทความนี้รวบรวมพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจ ค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้อย่างมั่นใจ

สารบัญ

ทำไมโรงงานต้องควบคุมค่ามาตรฐานน้ำทิ้ง?

น้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมมักมีสารปนเปื้อนหลายชนิด ทั้งสารอินทรีย์ สารเคมี โลหะหนัก และเชื้อโรค หากปล่อยออกมาโดยไม่ผ่านการบำบัดและตรวจสอบค่ามาตรฐาน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแหล่งน้ำธรรมชาติ ระบบนิเวศ และสุขภาพของประชาชน

กฎหมายไทยจึงกำหนดให้โรงงานที่มีการระบายน้ำทิ้งต้องดำเนินการดังนี้

  • ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
  • ตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้ง ตามพารามิเตอร์ที่กำหนด
  • รายงานผลการตรวจ ต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ตามรอบที่กำหนด
  • เก็บบันทึกข้อมูล ไว้เพื่อรองรับการตรวจสอบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลัก

กฎหมายหลักที่ควบคุมค่ามาตรฐานน้ำทิ้งจากโรงงานในประเทศไทย ประกอบด้วย

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 — พารามิเตอร์หลักที่ต้องตรวจ

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมแบ่งพารามิเตอร์ออกเป็น 5 กลุ่มหลัก แต่ละกลุ่มมีวัตถุประสงค์การควบคุมที่แตกต่างกัน สามารถดูรายละเอียดบริการตรวจครบทุกพารามิเตอร์ได้ที่บริการตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งโรงงาน

การตรวจน้ำทิ้งโรงงาน
การตรวจน้ำทิ้งโรงงาน

1. พารามิเตอร์ทางกายภาพ

พารามิเตอร์กลุ่มนี้สะท้อนลักษณะทางกายภาพของน้ำทิ้งที่สามารถสังเกตได้เบื้องต้น

  • pH (ความเป็นกรด-ด่าง) — ค่ามาตรฐานกำหนดไว้ที่ 5.5–9.0 เพื่อป้องกันการกัดกร่อนระบบท่อและผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
  • อุณหภูมิ (Temperature) — ไม่เกิน 40°C สำหรับน้ำทิ้งก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำ
  • ของแข็งแขวนลอย (SS — Suspended Solids) — ไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • สีและกลิ่น — ต้องไม่มีสีหรือกลิ่นที่ผิดปกติซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม

2. พารามิเตอร์ทางชีวภาพ — BOD และ COD

BOD และ COD เป็นพารามิเตอร์หัวใจที่โรงงานเกือบทุกประเภทต้องตรวจ

  • BOD (Biochemical Oxygen Demand) — ค่าความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร สะท้อนปริมาณสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ในน้ำ
  • COD (Chemical Oxygen Demand) — ค่าความต้องการออกซิเจนทางเคมี ไม่เกิน 120 มิลลิกรัมต่อลิตร ครอบคลุมสารอินทรีย์ทั้งที่ย่อยสลายได้และไม่ได้
  • Total Coliform Bacteria — กำหนดขีดจำกัดสำหรับโรงงานบางประเภทที่มีน้ำทิ้งปนเปื้อนอินทรีย์สูง

BOD และ COD ให้ข้อมูลคนละมุม จึงมักต้องตรวจควบคู่กันเสมอ ค่า COD ที่สูงมากเมื่อเทียบ BOD อาจบ่งชี้ว่ามีสารเคมีสังเคราะห์ปนเปื้อนในน้ำทิ้ง

3. พารามิเตอร์สารอาหาร (Nutrients)

  • Total Nitrogen (TN) — ปริมาณไนโตรเจนรวม ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อลิตร (อาจแตกต่างตามประเภทกิจการ)
  • Total Phosphorus (TP) — ฟอสฟอรัสรวม ไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร

สารอาหารในปริมาณสูงเป็นสาเหตุหลักของปรากฏการณ์ Eutrophication หรือสาหร่ายบานในแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งทำลายระบบนิเวศและส่งผลต่อคุณภาพน้ำในระยะยาว

4. โลหะหนักและสารพิษ

โรงงานประเภทชุบโลหะ ผลิตแบตเตอรี่ สี และสารเคมี ต้องตรวจค่าโลหะหนักอย่างเข้มงวดตามที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด

โลหะหนัก ค่ามาตรฐาน (mg/L)
ตะกั่ว (Pb) ≤ 0.2
ปรอท (Hg) ≤ 0.005
แคดเมียม (Cd) ≤ 0.03
โครเมียมทั้งหมด (Total Cr) ≤ 0.75
โครเมียมเฮกซะวาเลนต์ (Cr⁶⁺) ≤ 0.25
สังกะสี (Zn) ≤ 5.0
นิกเกิล (Ni) ≤ 1.0
ทองแดง (Cu) ≤ 2.0
สารหนู (As) ≤ 0.25
ไซยาไนด์ (CN⁻) ≤ 0.2

5. น้ำมันและไขมัน

  • น้ำมันและไขมัน (Oil & Grease) — ไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร

พารามิเตอร์นี้สำคัญมากสำหรับโรงงานผลิตอาหาร โรงงานยานยนต์ และโรงงานที่ใช้สารหล่อลื่นในกระบวนการผลิต ไขมันที่ปนเปื้อนในแหล่งน้ำจะปิดกั้นออกซิเจนไม่ให้ละลายในน้ำ ทำให้สิ่งมีชีวิตขาดออกซิเจน

โรงงานแต่ละประเภทต้องตรวจพารามิเตอร์ต่างกันหรือไม่?

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงานตามกฎหมายไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวสำหรับทุกกิจการ แต่มีการแบ่งตามประเภทของโรงงานและลักษณะของน้ำเสียที่เกิดขึ้น

ตารางพารามิเตอร์เพิ่มเติมตามประเภทโรงงาน

ประเภทโรงงาน พารามิเตอร์หลักที่เน้น
อาหารและเครื่องดื่ม BOD, COD, SS, น้ำมันและไขมัน, TN
สิ่งทอและฟอกย้อม pH, สี, BOD, COD, Sulfide
ชุบโลหะและผิวโลหะ โลหะหนักทุกชนิด, ไซยาไนด์, pH
ยาและเคมีภัณฑ์ COD, TOC, โลหะหนัก, สารพิษเฉพาะ
ยานยนต์และชิ้นส่วน น้ำมันและไขมัน, โลหะหนัก, SS

การระบุประเภทโรงงานให้ถูกต้องก่อนทำการตรวจ ช่วยให้วางแผนการตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งได้ครบถ้วนและไม่ต้องเสียเวลาตรวจซ้ำ

ความถี่และวิธีการตรวจน้ำทิ้งโรงงานตามกฎหมาย

ความถี่ในการตรวจวัด

โดยทั่วไปกฎหมายกำหนดให้โรงงานต้องตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน) และในบางกรณีอาจกำหนดให้ตรวจรายเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดโรงงาน ประเภทกิจการ และเงื่อนไขใบอนุญาต สำหรับโรงงานขนาดใหญ่หรือที่มีความเสี่ยงสูง อาจต้องติดตั้งระบบ Continuous Monitoring ที่วัดค่าแบบ Real-time ด้วย

วิธีการเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งที่ถูกต้อง

การเก็บตัวอย่างที่ถูกวิธีมีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของผลการตรวจ สามารถติดต่อขอบริการเก็บตัวอย่างน้ำและออกรายงานที่ได้มาตรฐานได้

  • เก็บตัวอย่าง ณ จุดที่น้ำทิ้งออกจากโรงงาน (Effluent Point) ก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำ
  • ใช้ภาชนะและวิธีการเก็บตามมาตรฐาน ISO หรือ APHA
  • ควรเก็บตัวอย่างโดยห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้ผลการตรวจมีความน่าเชื่อถือทางกฎหมาย
  • ห้องแล็บที่ออกรายงานต้องขึ้นทะเบียนกับ กรอ. หรือมีมาตรฐาน ISO/IEC 17025

ห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง

ผลการตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งที่จะนำส่งราชการ ต้องออกโดยห้องแล็บมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ของเรา หรือห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้รายงานมีผลทางกฎหมายและสามารถใช้ประกอบเอกสารราชการได้

ผลกระทบเมื่อโรงงานไม่ผ่านค่ามาตรฐานน้ำทิ้ง

หากผลการตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งพบว่าค่าใดค่าหนึ่งเกินมาตรฐาน โรงงานจะเผชิญกับผลกระทบดังนี้

  • โทษทางปกครอง — ถูกสั่งแก้ไขและปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • โทษอาญา — ปรับสูงสุดตาม พ.ร.บ. โรงงาน และอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตโรงงาน
  • ผลกระทบต่อธุรกิจ — ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและอาจถูกพักดำเนินการชั่วคราว
  • ความรับผิดทางแพ่ง — หากน้ำทิ้งทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือชุมชน อาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย

การตรวจสอบค่ามาตรฐานน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอจึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเป็นการปกป้องผลประโยชน์และชื่อเสียงของกิจการในระยะยาวด้วย

Checklist เตรียมพร้อมก่อนส่งน้ำทิ้งตรวจ

  • ระบุประเภทกิจการและพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจให้ครบ
  • ตรวจสอบสภาพระบบบำบัดน้ำเสียก่อนเก็บตัวอย่าง
  • เลือกห้องแล็บที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025
  • นัดหมายเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง ณ จุดระบายน้ำทิ้งที่ถูกต้อง
  • เก็บบันทึกผลการตรวจทุกครั้งไว้อย่างน้อย 2 ปี
  • หากพบค่าเกินมาตรฐาน ให้รีบแก้ไขและส่งตรวจซ้ำก่อนระบายใหม่
  • จัดทำรายงานและส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบตามกำหนด

FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน

ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 เปลี่ยนแปลงจากปีก่อนหน้าหรือไม่?

ค่ามาตรฐานหลักไม่ได้เปลี่ยนแปลงบ่อย แต่ควรตรวจสอบประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับล่าสุดเสมอ เนื่องจากอาจมีการปรับปรุงค่าในบางพารามิเตอร์หรือเพิ่มพารามิเตอร์ใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะ

โรงงานขนาดเล็กต้องตรวจน้ำทิ้งด้วยหรือไม่?

โรงงานทุกขนาดที่มีการระบายน้ำทิ้งต้องปฏิบัติตามค่ามาตรฐาน แต่ความถี่และพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจอาจแตกต่างกันตามขนาดกิจการและประเภทของน้ำเสีย ควรศึกษาใบอนุญาตโรงงานและประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด

ค่า BOD และ COD ต่างกันอย่างไร และต้องตรวจทั้งคู่ไหม?

BOD วัดปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในระยะ 5 วัน ส่วน COD วัดออกซิเจนทั้งหมดที่ต้องการเพื่อออกซิไดส์สารอินทรีย์และอนินทรีย์ทั้งหมด ทั้งสองค่ามักต้องตรวจควบคู่กัน เนื่องจากให้ข้อมูลที่แตกต่างและสำคัญคนละด้าน

EIA Monitoring เกี่ยวข้องกับการตรวจน้ำทิ้งอย่างไร?

โรงงานที่อยู่ภายใต้เงื่อนไข EIA ต้องจัดทำรายงาน EIA Monitoring ซึ่งรวมถึงการตรวจคุณภาพน้ำทิ้งตามพารามิเตอร์ที่กำหนดในรายงาน EIA สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริการจัดทำรายงาน EIA Monitoring ซึ่งมักมีความถี่และรายละเอียดมากกว่าการตรวจปกติ

หากน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน ต้องทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก?

ต้องหยุดการระบายน้ำทิ้งที่เกินค่ามาตรฐานทันที จากนั้นตรวจสอบและแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย แล้วส่งตัวอย่างน้ำตรวจซ้ำก่อนที่จะเริ่มระบายใหม่ รวมถึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากจำเป็นตามเงื่อนไขใบอนุญาต

สรุป

การทำความเข้าใจค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 ตามกฎหมายต้องตรวจอะไรบ้างเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการทุกราย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ การตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งอย่างครบถ้วนตามพารามิเตอร์ที่กำหนด ทั้ง pH, BOD, COD, SS, โลหะหนัก และน้ำมันและไขมัน ไม่เพียงช่วยให้ผ่านกฎหมายได้ แต่ยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของกิจการด้วย

การเลือกใช้ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ISO/IEC 17025 จะช่วยให้ผลการตรวจมีความน่าเชื่อถือ ใช้ประกอบรายงานราชการได้ และช่วยระบุปัญหาในระบบบำบัดน้ำเสียได้ตั้งแต่ต้น ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการตรวจน้ำทิ้งให้ถูกต้องตามกฎหมายได้เลย

บทความและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
ตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงาน ต้องตรวจกี่พารามิเตอร์
ตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงาน ต้องตรวจกี่พารามิเตอร์? ครบทุกข้อกฎหมาย

โรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทมีหน้าที่ตามกฎหมายในการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ แต่คำถามที่ผู้ประกอบการและฝ่ายสิ่งแวดล้อมมักสงสัยคือ การตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงานต้องครอบคลุมพารามิเตอร์ใดบ้าง และต้องมีจำนวนเท่าไหร่ถึงจะสอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม หลายโรงงานตรวจน้ำเสียด้วยพารามิเตอร์น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือต้องชำระค่าปรับโดยไม่จำเป็น บทความนี้รวบรวมพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจตามประเภทโรงงาน ขั้นตอนการเก็บตัวอย่าง และแนวทางการจัดทำรายงานที่ถูกต้องครบถ้วน ทำไมโรงงานต้องตรวจวิเคราะห์น้ำเสียเป็นประจำ? ข้อกำหนดทางกฎหมายที่โรงงานต้องปฏิบัติ กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบน้ำทิ้งจากโรงงานมีหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียและตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่

อ่านเพิ่มเติม »
BOD COD คืออะไร ต่างกันอย่างไร
BOD COD คืออะไร ต่างกันอย่างไร อ่านค่าน้ำเสียให้เป็นฉบับสมบูรณ์

ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารสำนักงาน คำว่า BOD COD คืออะไร มักเป็นคำถามแรกที่เกิดขึ้นเมื่อต้องอ่านรายงานผลวิเคราะห์น้ำ ค่าทั้งสองตัวนี้คือหัวใจสำคัญของการประเมินความสกปรกของน้ำ และเป็นตัวชี้วัดหลักที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมไทยกำหนดให้โรงงานต้องรายงานอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม หรือผู้ประกอบการที่ต้องทำรายงาน EIA Monitoring การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง BOD และ COD รวมถึงวิธีอ่านค่าให้ถูกต้อง จะช่วยให้ตัดสินใจวางแผนระบบบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด BOD คืออะไร ความหมายของ BOD BOD ย่อมาจาก Biochemical Oxygen Demand หรือ ความต้องการออกซิเจนทางชีวเคมี คือปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ละลายอยู่ในน้ำ

อ่านเพิ่มเติม »
ตรวจคุณภาพน้ำดื่ม ส่งตรวจที่ไหน ราคาเท่าไหร่
ตรวจคุณภาพน้ำดื่ม ส่งตรวจที่ไหน ราคาเท่าไหร่ ครบทุกคำตอบ

น้ำดื่มที่ดูใสสะอาดด้วยตาเปล่าไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยเสมอไป สารปนเปื้อนหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโลหะหนัก แบคทีเรีย หรือสารเคมีตกค้าง ล้วนไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยการมองเห็นหรือชิมรส นั่นคือเหตุผลที่การตรวจคุณภาพน้ำดื่มจากห้องปฏิบัติการมาตรฐานจึงมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับโรงงานผลิตน้ำดื่ม ร้านอาหาร โรงแรม หรือชุมชนที่ใช้น้ำบาดาลเป็นหลัก หลายคนสงสัยว่าต้องส่งตรวจที่ไหน ราคาเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างอย่างไร บทความนี้รวบรวมคำตอบทั้งหมดไว้ในที่เดียว เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนส่งตัวอย่างน้ำจริง ทำไมต้องตรวจคุณภาพน้ำดื่ม? ความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในน้ำดื่มทั่วไป ปัญหาของน้ำปนเปื้อนคือมักไม่มีสัญญาณเตือนที่ชัดเจน สารที่อันตรายที่สุดหลายชนิดกลับไม่มีสี กลิ่น หรือรส ตัวอย่างที่พบบ่อยในการตรวจน้ำดื่มในประเทศไทย ได้แก่ แบคทีเรีย

อ่านเพิ่มเติม »