ในโลกของการทำงานด้านวิทยาศาสตร์และการทดสอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ที่ได้ออกมาจากห้องปฏิบัติการนั้นๆ มาตรฐาน ISO 17025 ห้องปฏิบัติการ จึงกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่ทั่วโลกใช้ตัดสินว่าห้องปฏิบัติการหนึ่งๆ มีความสามารถทางวิชาการและระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพพอจะไว้วางใจได้หรือไม่ หากเรามีผลการทดสอบที่ออกมาจากแล็บที่ไม่ได้มาตรฐาน ความเสี่ยงที่ตามมาอาจเป็นเรื่องใหญ่ ตั้งแต่การผลิตสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพไปจนถึงความผิดพลาดในงานวิจัยระดับประเทศ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรฐานนี้จึงไม่ใช่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์ในแล็บเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญ
มาตรฐานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและหน่วยงานกำกับดูแลว่าห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบมีความโปร่งใส มีความเป็นกลาง และที่สำคัญที่สุดคือให้ผลการทดสอบที่ถูกต้องแม่นยำตามหลักสถิติและวิชาการ การได้รับรองมาตรฐานนี้เปรียบเสมือนการมีใบเบิกทางในระดับสากลที่ช่วยให้ผลการทดสอบของคุณได้รับการยอมรับจากทั่วโลกโดยไม่ต้องทำการทดสอบซ้ำเมื่อต้องส่งสินค้าไปจำหน่ายต่างประเทศ บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจโลกของมาตรฐานห้องปฏิบัติการแบบเจาะลึก แต่อ่านเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลได้อย่างมั่นใจ
สารบัญ
ToggleISO 17025 คืออะไร
ถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพง่ายที่สุด ISO 17025 ก็คือใบการันตีคุณภาพสำหรับห้องปฏิบัติการที่เน้นไปที่ความสามารถทางเทคนิคโดยเฉพาะ ต่างจากมาตรฐาน ISO อื่นๆ ที่อาจจะเน้นแค่เรื่องการบริหารจัดการทั่วไป มาตรฐานนี้ครอบคลุมทั้งเรื่องของบุคลากร เครื่องมือ วิธีการทดสอบ และสภาพแวดล้อมในแล็บ ทุกอย่างต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ว่าใครจะเป็นคนทำ หรือทำตอนไหน ผลลัพธ์ที่ได้ต้องมีความถูกต้องและแม่นยำเสมอ ห้องปฏิบัติการทดสอบและสอบเทียบจึงจำเป็นต้องยึดถือมาตรฐานนี้เป็นคัมภีร์หลักในการทำงานเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ความสำคัญของมาตรฐานนี้สะท้อนออกมาในรูปแบบของความเชื่อมั่น หากคุณเป็นเจ้าของโรงงานและต้องการส่งตัวอย่างน้ำเสียไปตรวจ คุณย่อมต้องการผลที่ถูกต้องเพื่อนำไปปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้ผ่านเกณฑ์กฎหมาย หากแล็บที่คุณเลือกไม่มีมาตรฐาน ISO 17025 คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเลขที่ได้มานั้นมีความคลาดเคลื่อนมากน้อยแค่ไหน หรือเครื่องมือที่ใช้ได้รับการสอบเทียบอย่างถูกต้องหรือไม่ การมีมาตรฐานนี้จึงช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจผิดพลาดที่เกิดจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน และยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องชื่อเสียงของห้องปฏิบัติการในกรณีที่มีการตรวจสอบหรือข้อโต้แย้งทางวิชาการ

ข้อกำหนด ISO 17025 มีอะไรบ้าง
การเตรียมตัวเพื่อขอรับรองมาตรฐานนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในรายละเอียดที่ค่อนข้างลึกซึ้ง หลายคนอาจจะสงสัยว่าข้อกำหนด ISO 17025 มีอะไรบ้าง ที่เราต้องให้ความสำคัญ โดยหลักๆ แล้วข้อกำหนดในเวอร์ชันล่าสุด(ISO/IEC 17025:2017) จะถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วนสำคัญที่ครอบคลุมทุกมิติของการทำงานในห้องปฏิบัติการ
ส่วนแรกคือข้อกำหนดทั่วไปที่เน้นเรื่องความเป็นกลางและความลับของลูกค้า ห้องปฏิบัติการต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในการรายงานผลการทดสอบ ส่วนที่สองคือข้อกำหนดด้านโครงสร้างที่ต้องระบุความรับผิดชอบของบุคลากรอย่างชัดเจน ส่วนที่สามคือข้อกำหนดด้านทรัพยากร ซึ่งรวมถึงความสามารถของบุคลากร สภาพแวดล้อมในห้องปฏิบัติการ และความสมบูรณ์ของเครื่องมือที่ต้องได้รับการสอบเทียบตามรอบเวลาที่กำหนด ส่วนที่สี่คือข้อกำหนดด้านกระบวนการ ซึ่งเริ่มตั้งแต่การรับตัวอย่าง การเลือกใช้วิธีการทดสอบที่มีความถูกต้อง ไปจนถึงการรายงานผลที่ชัดเจน และส่วนสุดท้ายคือข้อกำหนดด้านระบบการจัดการที่เน้นเรื่องการควบคุมเอกสารและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การทำตามข้อกำหนดเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่การเตรียมเอกสารให้ครบเพื่อรอการตรวจประเมิน แต่คือการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่แม่นยำและโปร่งใส หากเจ้าหน้าที่ในแล็บเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้จนเป็นนิสัย มาตรฐาน ISO 17025 จะกลายเป็นเรื่องง่ายและส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาวอย่างแน่นอน ห้องปฏิบัติการที่เข้มงวดกับข้อกำหนดเหล่านี้จะสามารถลดข้อผิดพลาดในการทำงานและเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความแตกต่างระหว่าง ISO 17025 และ ISO 9001
เป็นเรื่องปกติที่หลายคนจะสงสัยว่า ในเมื่อบริษัทมี ISO 9001 อยู่แล้ว ทำไมห้องปฏิบัติการถึงยังต้องขอ ISO 17025 อีก คำตอบง่ายๆ คือ ISO 9001 เป็นมาตรฐานด้านระบบบริหารคุณภาพที่เน้นเรื่องความพึงพอใจของลูกค้าและการจัดการองค์กรโดยรวม ซึ่งครอบคลุมได้ทุกธุรกิจตั้งแต่ร้านอาหารไปจนถึงโรงงานผลิตรถยนต์ แต่ ISO 9001 ไม่ได้ลงลึกถึงความสามารถทางเทคนิคในการทดสอบหรือการวัดค่าความถูกต้องทางวิทยาศาสตร์
ในขณะที่ ISO 17025 จะเน้นไปที่ความสามารถเชิงวิชาการ (Technical Competence) ของห้องปฏิบัติการโดยเฉพาะ ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารเคมี ISO 9001 จะดูว่าคุณมีกระบวนการรับเรื่องจากลูกค้าอย่างไร มีการจัดเก็บไฟล์ข้อมูลดีไหม แต่ ISO 17025 จะลงไปดูถึงขั้นว่านักวิทยาศาสตร์ของคุณมีความรู้ความเข้าใจในวิธีทดสอบนั้นจริงไหม เครื่องชั่งน้ำหนักที่ใช้มีความละเอียดพอและผ่านการสอบเทียบจากสถาบันที่เชื่อถือได้หรือเปล่า รวมถึงการคำนวณค่าความไม่แน่นอนของการวัด (Uncertainty) นั้นถูกต้องตามหลักสถิติไหม ดังนั้นสำหรับห้องปฏิบัติการแล้ว การมีเพียง ISO 9001 จึงไม่เพียงพอที่จะยืนยันความแม่นยำของผลการทดสอบได้
ประโยชน์ของ ISO 17025 ในการยกระดับธุรกิจและสร้างความน่าเชื่อถือ
การได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่การได้ใบประกาศมาประดับห้องทำงานเท่านั้น แต่ประโยชน์ของ ISO 17025 ส่งผลต่อความสำเร็จของธุรกิจในหลายด้าน สิ่งแรกคือการยอมรับในระดับสากล (International Recognition) ผลการทดสอบจากแล็บที่ได้รับการรับรองจะถูกยอมรับข้ามพรมแดนภายใต้ข้อตกลง ILAC MRA ทำให้การส่งออกสินค้าทำได้ง่ายขึ้นและลดต้นทุนในการต้องไปทดสอบซ้ำที่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายจากการให้ผลการทดสอบที่ผิดพลาด ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกฟ้องร้องหรือการเรียกคืนสินค้าคืนจากตลาด การทำงานตามระบบที่มีมาตรฐานจะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และมีกระบวนการแก้ไขที่เป็นระบบ ยิ่งไปกว่านั้น มาตรฐานนี้ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ห้องปฏิบัติการที่มี ISO 17025 มักจะได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่และหน่วยงานรัฐมากกว่า เพราะเป็นการยืนยันความเชี่ยวชาญที่ตรวจสอบได้จริง และสุดท้ายคือการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่รักความถูกต้องและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความยั่งยืนในระยะยาว
ขั้นตอนการขอการรับรอง ISO 17025
สำหรับห้องปฏิบัติการที่เริ่มสนใจอยากขอการรับรอง ขั้นตอนการขอการรับรอง ISO 17025 อาจจะดูซับซ้อนแต่ถ้ามีการวางแผนที่ดีก็จะสามารถทำได้สำเร็จ ขั้นตอนแรกเริ่มจากการศึกษาสเปกของมาตรฐานและทำ Content Audit ระบบงานเดิมของเราว่ามีจุดไหนที่ยังไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดบ้าง หลังจากนั้นคือการอบรมบุคลากรให้มีความเข้าใจในข้อกำหนดทั้งด้านการจัดการและเทคนิค เพื่อให้ทุกคนมองไปในทิศทางเดียวกัน
ขั้นตอนต่อมาคือการจัดทำเอกสาร ไม่ว่าจะเป็นคู่มือคุณภาพ (Quality Manual) วิธีปฏิบัติงาน (SOP) และวิธีการทดสอบที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว (Method Validation) เมื่อเอกสารพร้อมและเริ่มทำระบบไปได้สักพัก ก็ต้องมีการทำ Internal Audit หรือการตรวจติดตามภายในเพื่อหาจุดบกพร่องและแก้ไขก่อนจะถึงวันตรวจจริง หลังจากนั้นจึงทำการยื่นคำขอไปยังหน่วยงานรับรอง (Accreditation Body) เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจประเมินหน้างาน หากผ่านการประเมินและแก้ไขข้อบกพร่องตามที่ได้รับแจ้งครบถ้วน คุณก็จะได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 17025 มาครอบครอง ซึ่งโดยปกติกระบวนการทั้งหมดนี้อาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละห้องปฏิบัติการ
การเลือกใช้บริการห้องปฏิบัติการ ISO 17025 ช่วยลดความเสี่ยงให้องค์กรของคุณได้อย่างไร
ในการทำธุรกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมหรือความปลอดภัย การเลือกใช้บริการห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO 17025 คือการซื้อความสบายใจที่คุ้มค่าที่สุด เมื่อคุณส่งตัวอย่างไปตรวจในแล็บที่ได้มาตรฐาน คุณสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นเป็นความจริงและสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิงกับหน่วยงานราชการหรือคู่ค้าได้อย่างเต็มภาคภูมิ การลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูลเพียงเล็กน้อยอาจช่วยให้คุณประหยัดงบประมาณในการปรับปรุงระบบบำบัดหรือกระบวนการผลิตไปได้หลายแสนหรือหลายล้านบาท
นอกจากนี้ ห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานมักจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำเชิงวิชาการที่ถูกต้องได้ หากผลการทดสอบของคุณออกมาไม่เป็นไปตามเกณฑ์ พวกเขาจะสามารถช่วยวิเคราะห์เบื้องต้นได้ว่าสาเหตุอาจจะมาจากปัจจัยใดในกระบวนการเก็บตัวอย่างหรือกระบวนการทำงาน การเลือกใช้แล็บที่ได้มาตรฐานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อผลตรวจ แต่มันคือการหาพาร์ทเนอร์ที่ช่วยดูแลความถูกต้องแม่นยำให้กับธุรกิจของคุณเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและค่าปรับที่อาจตามมาในอนาคต
We Environment ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานห้องปฏิบัติการ
หากคุณกำลังมองหาห้องปฏิบัติการที่เข้าใจลึกซึ้งถึงคำว่าคุณภาพและความแม่นยำ We Environment คือคำตอบที่เราอยากแนะนำ เราภูมิใจที่เป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการที่ดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน ISO 17025 ห้องปฏิบัติการ อย่างเคร่งครัด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลการทดสอบที่มีความถูกต้องสูงสุดให้กับลูกค้าในทุกภาคอุตสาหกรรม ทีมงานนักวิทยาศาสตร์ของเราได้รับการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่องและมีความเชี่ยวชาญในวิธีการทดสอบที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกข้อมูลที่ออกจากแล็บของเราคือข้อมูลที่เชื่อถือได้จริง
ที่ We Environment เราไม่ได้มองว่าการทำตามมาตรฐานคือภาระ แต่เรามองว่าเป็นพันธกิจสำคัญในการช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตอย่างมั่นคง เราพร้อมให้บริการตรวจวัดคุณภาพน้ำเสีย คุณภาพอากาศ และค่าพารามิเตอร์ด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ด้วยเครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบมาตรฐานสากลและกระบวนการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ หากคุณต้องการผลการทดสอบที่แม่นยำเพื่อนำไปใช้ในการรายงานผลตามกฎหมายหรือเพื่อการปรับปรุงระบบภายในองค์กร ให้ We Environment เป็นพาร์ทเนอร์ที่คุณไว้วางใจ เราพร้อมดูแลทุกตัวอย่างของคุณด้วยมาตรฐานระดับโลก
บทสรุป
การได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO 17025 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่การรักษามาตรฐานให้คงอยู่และพัฒนาต่อไปคือความท้าทายที่แท้จริง หัวใจสำคัญอยู่ที่ความมุ่งมั่นของผู้บริหารและความร่วมมือของบุคลากรทุกคนในห้องปฏิบัติการ การจัดให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ การส่งพนักงานไปฝึกอบรมเทคนิคใหม่ๆ และการใส่ใจในรายละเอียดของการสอบเทียบเครื่องมือ คือสิ่งที่ทำให้มาตรฐานนี้มีชีวิตและส่งผลดีต่อธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
มาตรฐาน ISO 17025 ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขหรือเอกสาร แต่มันคือเรื่องของความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่เราส่งมอบให้กับสังคมและลูกค้า ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ห้องปฏิบัติการที่มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือจะเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับและยืนหยัดได้อย่างสง่างาม การลงทุนในระบบ ISO 17025 จึงเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นความเชื่อมั่นที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ และเป็นการยกระดับมาตรฐานงานวิทยาศาสตร์ของไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
1. การขอรับรองมาตรฐาน ISO 17025 สำหรับห้องปฏิบัติการต้องใช้งบประมาณประมาณเท่าไหร่? งบประมาณในการขอรับรองมาตรฐานนี้มีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องปฏิบัติการและจำนวนวิธีการทดสอบ (Scope) ที่ต้องการขอรับรอง โดยค่าใช้จ่ายจะประกอบไปด้วยค่าธรรมเนียมของหน่วยงานรับรอง ค่าสอบเทียบเครื่องมือ ค่าอบรมบุคลากร และอาจมีค่าที่ปรึกษาหากต้องการความรวดเร็ว ซึ่งโดยทั่วไปอาจเริ่มตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาทแต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเชื่อมั่นที่ได้รับ
2. หากห้องปฏิบัติการได้รับรอง ISO 17025 แล้ว ใบรับรองนี้จะมีอายุการใช้งานนานกี่ปี? ใบรับรองมาตรฐาน ISO 17025 โดยทั่วไปจะมีอายุประมาณ 2 ถึง 4 ปี ขึ้นอยู่กับนโยบายของหน่วยงานรับรองในแต่ละประเทศ แต่ในระหว่างที่ยังไม่หมดอายุ ห้องปฏิบัติการจะต้องได้รับการตรวจติดตาม (Surveillance Audit) อย่างน้อยปีละครั้งเพื่อยืนยันว่ายังคงรักษามาตรฐานการทำงานไว้ได้อย่างต่อเนื่อง หากพบข้อบกพร่องที่ร้ายแรงและไม่แก้ไข ใบรับรองก็อาจจะถูกระงับหรือเพิกถอนได้
3. พนักงานในห้องปฏิบัติการ ISO 17025 จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษาเฉพาะทางด้านไหนบ้าง? พนักงานที่ปฏิบัติงานด้านการทดสอบและสอบเทียบควรมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรีในสาขาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับขอบข่ายการทดสอบนั้นๆ นอกจากวุฒิการศึกษาแล้ว มาตรฐานนี้ยังเน้นเรื่องการฝึกอบรมเฉพาะทางและการทดสอบความสามารถ (Competency Test) เพื่อพิสูจน์ว่าพนักงานคนนั้นมีความชำนาญในวิธีการทดสอบที่รับผิดชอบอย่างแท้จริง
4. ผลการทดสอบจากแล็บที่ได้ ISO 17025 สามารถนำไปใช้ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศได้เลยไหม? หากหน่วยงานที่รับรองห้องปฏิบัติการนั้นเป็นสมาชิกของ ILAC MRA (International Laboratory Accreditation Cooperation Mutual Recognition Arrangement) ผลการทดสอบจะได้รับการยอมรับจากประเทศสมาชิกทั่วโลกเกือบ 100 ประเทศ ซึ่งช่วยลดปัญหาการต้องนำสินค้าไปทดสอบซ้ำเมื่อถึงประเทศปลายทางได้เป็นอย่างดี ทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจระหว่างประเทศอย่างมหาศาล
5. ความแตกต่างระหว่างห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบในมาตรฐานนี้คืออะไร? ห้องปฏิบัติการทดสอบจะเน้นการตรวจวัดเพื่อหาคุณสมบัติของตัวอย่าง เช่น การหาปริมาณสารปนเปื้อนในอาหารหรือน้ำเสีย ส่วนห้องปฏิบัติการสอบเทียบจะเน้นการตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องมือวัดเทียบกับค่ามาตรฐานอ้างอิง เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือนั้นยังอ่านค่าได้ถูกต้องอยู่เสมอ ซึ่งทั้งสองประเภทต่างก็ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ISO 17025 เหมือนกันแต่มีรายละเอียดในวิธีการทำงานที่ต่างกันตามธรรมชาติของงาน
อ่านเพิ่มเติม:


