โรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภทมีหน้าที่ตามกฎหมายในการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ แต่คำถามที่ผู้ประกอบการและฝ่ายสิ่งแวดล้อมมักสงสัยคือ การตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงานต้องครอบคลุมพารามิเตอร์ใดบ้าง และต้องมีจำนวนเท่าไหร่ถึงจะสอดคล้องกับข้อกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
หลายโรงงานตรวจน้ำเสียด้วยพารามิเตอร์น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ถูกเพิกถอนใบอนุญาต หรือต้องชำระค่าปรับโดยไม่จำเป็น บทความนี้รวบรวมพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจตามประเภทโรงงาน ขั้นตอนการเก็บตัวอย่าง และแนวทางการจัดทำรายงานที่ถูกต้องครบถ้วน
สารบัญ
Toggleทำไมโรงงานต้องตรวจวิเคราะห์น้ำเสียเป็นประจำ?
ข้อกำหนดทางกฎหมายที่โรงงานต้องปฏิบัติ
กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบน้ำทิ้งจากโรงงานมีหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียและตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งอย่างสม่ำเสมอ ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2539) ที่กำหนดมาตรฐานค่าน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรมชัดเจนในแต่ละพารามิเตอร์
โดยทั่วไปโรงงานต้องส่งผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน) แต่โรงงานบางประเภทหรือโรงงานที่อยู่ในแผน EIA Monitoring อาจมีความถี่ในการตรวจที่สูงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม
สำหรับโรงงานที่อยู่ในขอบเขตของรายงาน EIA สามารถศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการจัดทำรายงานและบริการวิเคราะห์ครบวงจรได้ที่ บริการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงานของ We Environment
ผลเสียหากไม่ตรวจหรือตรวจพารามิเตอร์ไม่ครบ
การละเลยหรือตรวจน้ำเสียไม่ครบพารามิเตอร์ที่กำหนดมีผลกระทบหลายด้าน ทั้งในแง่กฎหมาย ได้แก่ ค่าปรับตามกฎหมาย การพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ และในแง่สิ่งแวดล้อม คือการปนเปื้อนของน้ำผิวดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ และดิน ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องจากชุมชนโดยรอบ
พารามิเตอร์น้ำเสียโรงงานที่ต้องตรวจ มีอะไรบ้าง?
กลุ่มพารามิเตอร์ทางกายภาพ
พารามิเตอร์กลุ่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการประเมินคุณภาพน้ำเสีย ประกอบด้วย
อุณหภูมิ (Temperature) — น้ำทิ้งต้องมีอุณหภูมิไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้กระทบระบบนิเวศแหล่งน้ำ
สีและกลิ่น — ต้องไม่ก่อให้เกิดความรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ
ของแข็งแขวนลอย (SS — Suspended Solids) — ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งต้องไม่เกิน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
กลุ่มพารามิเตอร์ทางเคมี
พารามิเตอร์ทางเคมีคือกลุ่มหลักที่กฎหมายให้ความสำคัญสูงสุด ครอบคลุมตัวชี้วัดสำคัญดังนี้
ค่า pH — ต้องอยู่ในช่วง 5.5–9.0 เพื่อความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิตในน้ำ
BOD (Biochemical Oxygen Demand) — วัดการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ ค่ามาตรฐานไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อลิตร
COD (Chemical Oxygen Demand) — วัดปริมาณสารที่ต้องการออกซิเจนทั้งหมดทางเคมี มักสูงกว่า BOD เสมอ
TDS (Total Dissolved Solids) — ปริมาณสารละลายทั้งหมดในน้ำ
น้ำมันและไขมัน (Oil & Grease) — ต้องไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อลิตร
ซัลไฟด์ (Sulfide) — เฉพาะโรงงานที่มีกระบวนการเกี่ยวกับกำมะถัน
กลุ่มโลหะหนัก
โลหะหนักเป็นพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจเพิ่มเติมตามประเภทอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานชุบโลหะ อิเล็กทรอนิกส์ และสารเคมี พารามิเตอร์ที่พบบ่อย ได้แก่
ตะกั่ว (Pb), ปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd)
สังกะสี (Zn), โครเมียม (Cr), ทองแดง (Cu), นิกเกิล (Ni)
กลุ่มพารามิเตอร์ทางชีวภาพ
สำหรับโรงงานในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์นม ต้องตรวจพารามิเตอร์ทางชีวภาพเพิ่มเติม เช่น โคลิฟอร์มแบคทีเรีย (Total Coliform) และ ฟีคัลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform) เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งไม่ปนเปื้อนจุลินทรีย์ก่อโรค
โรงงานแต่ละประเภทต้องตรวจกี่พารามิเตอร์?
จำนวนพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจแตกต่างกันตามลักษณะกระบวนการผลิต ดังนี้
ประเภทโรงงานจำนวนพารามิเตอร์ขั้นต่ำพารามิเตอร์หลักโรงงานทั่วไป (จำพวก 2–3)8–12 รายการBOD, COD, SS, pH, น้ำมัน, TDS, อุณหภูมิโรงงานอาหารและเครื่องดื่ม10–15 รายการเพิ่ม Coliform, TKN, ฟอสฟอรัสโรงงานโลหะและชุบ15–25 รายการรวมโลหะหนักหลายชนิด, ไซยาไนด์โรงงานสิ่งทอและย้อมสี12–18 รายการเพิ่มสี, ซัลไฟด์, ฟอร์มาลดีไฮด์โรงงานภายใต้แผน EIAตามแผน Monitoringกำหนดเฉพาะตามรายงาน EIA แต่ละโครงการ
หากต้องการทราบว่าโรงงานของตนเองต้องตรวจพารามิเตอร์ใดบ้าง สามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญได้ที่ บริการรับตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำของ We Environment
ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงานทำอย่างไร?

การเก็บตัวอย่างน้ำเสียอย่างถูกต้อง
จุดเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องตามกฎหมายคือ จุดปล่อยน้ำทิ้งออกจากโรงงาน (Outlet) ไม่ใช่ภายในระบบบำบัด ภาชนะที่ใช้เก็บต้องสะอาด ปราศจากการปนเปื้อน และต้องนำส่งห้องปฏิบัติการภายในเวลาที่กำหนดเพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของตัวอย่าง
กระบวนการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
ห้องปฏิบัติการที่รับตรวจน้ำเสียโรงงานต้องได้รับการรับรองจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และควรมีมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อรับรองความแม่นยำของผลการวิเคราะห์ We Environment ดำเนินการภายใต้เลขทะเบียนห้องปฏิบัติการ ว-364 พร้อมรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 (NSC-TISI-17025 TESTING 1810)
สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทและมาตรฐานการให้บริการได้ที่ ทำความรู้จัก บริษัทรับตรวจน้ำเสีย วี เอ็นไวรอนเม้นท์ จำกัด
การออกรายงานผลและการนำไปใช้งาน
เมื่อวิเคราะห์เสร็จสิ้น ห้องปฏิบัติการจะออกรายงานผลที่ระบุค่าพารามิเตอร์แต่ละรายการพร้อมค่ามาตรฐานอ้างอิง โรงงานสามารถนำรายงานดังกล่าวไปใช้ส่งกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือประกอบการจัดทำรายงาน รับตรวจคุณภาพน้ำ — ขั้นตอนและสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตรวจ ตามรอบที่กำหนด
ระบบบำบัดน้ำเสียกับการตรวจวิเคราะห์ ต้องทำควบคู่กัน
การมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ดีเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ อีกครึ่งหนึ่งคือการพิสูจน์ว่าระบบทำงานได้จริงผ่านผลการตรวจวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพที่ต้องอาศัยการติดตามค่า BOD และจุลินทรีย์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อมูลอ้างอิงมาตรฐานน้ำทิ้งสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้จากประกาศของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) และ กรมควบคุมมลพิษ (PCD) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่กำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งในประเทศไทย
FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงาน
ตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงานต้องตรวจกี่พารามิเตอร์?
ขึ้นอยู่กับประเภทโรงงาน โดยทั่วไปอยู่ที่ 8–25 พารามิเตอร์ ครอบคลุมกายภาพ เคมี โลหะหนัก และชีวภาพ ตามที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดในกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
โรงงานต้องส่งผลตรวจน้ำเสียบ่อยแค่ไหน?
ส่วนใหญ่กำหนดอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน) แต่โรงงานในเขต EIA หรือโรงงานขนาดใหญ่อาจต้องตรวจบ่อยกว่านั้นตามเงื่อนไขในรายงาน
BOD และ COD ต่างกันอย่างไร?
BOD คือความต้องการออกซิเจนทางชีวภาพ วัดการย่อยสลายของสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ภายใน 5 วัน ส่วน COD วัดปริมาณสารที่ต้องการออกซิเจนทั้งหมดทางเคมี มักพบค่า COD สูงกว่า BOD เสมอ และใช้เวลาวิเคราะห์สั้นกว่า
น้ำเสียที่ผ่านระบบบำบัดแล้วยังต้องตรวจอีกไหม?
ต้องตรวจทุกครั้งก่อนปล่อยทิ้ง เพราะกฎหมายกำหนดให้ตรวจคุณภาพน้ำทิ้ง ณ จุดปล่อย ไม่ใช่แค่ตรวจภายในระบบบำบัด ผลจากระบบบำบัดไม่สามารถใช้ทดแทนผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการได้
ห้องแล็บที่รับตรวจน้ำเสียโรงงานต้องมีมาตรฐานอะไร?
ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม และควรมีการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือและความแม่นยำของผลการวิเคราะห์ทุกพารามิเตอร์
สรุป
การตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงานไม่ใช่แค่พันธะทางกฎหมาย แต่คือเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมของสถานประกอบการ จำนวนพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจขึ้นอยู่กับประเภทโรงงาน ตั้งแต่ 8 รายการสำหรับโรงงานทั่วไป ไปจนถึง 25 รายการสำหรับโรงงานโลหะและอุตสาหกรรมเฉพาะ
การเลือกห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานและครอบคลุมพารามิเตอร์ที่ถูกต้องตามประเภทโรงงาน จะช่วยให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ถูกกฎหมาย และมั่นใจในทุกรอบการตรวจ หากต้องการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวิเคราะห์น้ำเสียโรงงาน สามารถติดต่อ We Environment ได้ที่ หน้าติดต่อเรา


