ข่าวสารและบทความ
ตรวจน้ำทิ้งตลาด

ตรวจน้ำทิ้งตลาด ต้องตรวจอะไรบ้าง? มาตรฐานและขั้นตอนที่ผู้ประกอบการควรรู้

ตลาดสดและตลาดนัดเป็นสถานที่ที่มีการใช้น้ำจำนวนมากในแต่ละวัน ทั้งจากการล้างอาหาร ล้างภาชนะ ทำความสะอาดพื้นที่แผงค้า รวมถึงน้ำจากห้องน้ำสาธารณะและท่อระบายน้ำภายในตลาด น้ำเสียเหล่านี้มักมีไขมัน สารอินทรีย์ และเชื้อจุลินทรีย์ปะปนอยู่ในปริมาณสูง หากปล่อยโดยไม่ผ่านการบำบัด อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำโดยรอบและสุขอนามัยของชุมชนได้ การตรวจน้ำทิ้งตลาด จึงไม่ใช่แค่ข้อกำหนดทางกฎหมาย แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจพื้นฐานก่อน สามารถอ่านบทความ ตรวจคุณภาพน้ำ คืออะไร? ตรวจอะไรบ้าง และทำไมจึงสำคัญ เพื่อทำความรู้จักกระบวนการตรวจวิเคราะห์น้ำในภาพรวม

สารบัญ

ทำไมตลาดสดถึงต้องตรวจน้ำทิ้ง?

แหล่งกำเนิดน้ำเสียในตลาด

น้ำเสียจากตลาดสดมีที่มาหลากหลาย และแต่ละแหล่งมีลักษณะของสารปนเปื้อนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจก่อนวางแผนระบบบำบัด

  • น้ำจากการล้างอาหารและภาชนะในแผงสด — มีไขมัน เลือด และสารอินทรีย์ปริมาณสูง
  • น้ำจากการทำความสะอาดพื้น โรงฆ่าสัตว์ในตลาด — มีของแข็งแขวนลอยและจุลินทรีย์สูง
  • น้ำจากห้องน้ำสาธารณะและห้องน้ำพนักงาน — มี Fecal Coliform และสารปนเปื้อนทางชีวภาพ
  • น้ำฝนที่ไหลรวมกับน้ำเสียในท่อระบายน้ำ — เพิ่มปริมาณน้ำทิ้งโดยรวมอย่างรวดเร็ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำทิ้งจากตลาด

ตลาดสดถูกจัดให้เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพภายใต้พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านน้ำทิ้งอย่างเคร่งครัด กฎหมายที่เกี่ยวข้องหลัก ได้แก่ ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าด้วยค่ามาตรฐานน้ำทิ้ง และข้อบัญญัติท้องถิ่นของ อปท. ที่กำกับดูแลตลาดในแต่ละพื้นที่ ซึ่งอาจมีความเข้มงวดแตกต่างกันออกไป สำหรับค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโดยรวม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ค่ามาตรฐานน้ำทิ้งโรงงาน 2026 ตามกฎหมายต้องตรวจอะไรบ้าง?

ตรวจน้ำทิ้งตลาด ต้องตรวจพารามิเตอร์อะไรบ้าง?

น้ำทิ้งจากตลาดสดมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากน้ำเสียโรงงานทั่วไป โดยเฉพาะปริมาณไขมันและสารอินทรีย์ที่สูงมาก พารามิเตอร์ที่ต้องตรวจหลักๆ แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

น้ำเสียตลาดสด
น้ำเสียตลาดสด

พารามิเตอร์ทางกายภาพและเคมี

  • pH — ค่าความเป็นกรด-ด่าง ควรอยู่ในช่วง 5.5–9.0
  • BOD (Biochemical Oxygen Demand) — ค่าออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์ ยิ่งสูงยิ่งสกปรก
  • COD (Chemical Oxygen Demand) — ค่าออกซิเจนที่ใช้ออกซิไดซ์สารอินทรีย์ทั้งหมดทางเคมี
  • TSS (Total Suspended Solids) — ปริมาณสารแขวนลอยในน้ำ เช่น เศษอาหาร ตะกอน
  • ไขมันและน้ำมัน (Fat, Oil and Grease) — พบสูงมากในน้ำจากแผงอาหารสด ต้องดักด้วยถังดักไขมัน
  • TKN (Total Kjeldahl Nitrogen) — ไนโตรเจนรวมจากโปรตีนในสัตว์และของเสีย

หากต้องการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง BOD และ COD อย่างละเอียด อ่านได้จากบทความ BOD COD คืออะไร ต่างกันอย่างไร อ่านค่าน้ำเสียให้เป็นฉบับสมบูรณ์

พารามิเตอร์ทางจุลินทรีย์

  • Fecal Coliform — ตัวชี้วัดการปนเปื้อนจากอุจจาระ มีความเสี่ยงสูงในพื้นที่ตลาดที่มีห้องน้ำสาธารณะ
  • Total Coliform — จำนวนจุลินทรีย์รวม บ่งบอกถึงระดับการปนเปื้อนโดยรวม

สำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจพารามิเตอร์แต่ละตัวในรายงานผลวิเคราะห์อย่างละเอียด อ่านได้ที่บทความ ค่าพารามิเตอร์น้ำเสีย มีอะไรบ้าง

มาตรฐานน้ำทิ้งตลาดตามกฎหมายกำหนดไว้เท่าไหร่?

ค่ามาตรฐานที่น้ำทิ้งจากตลาดต้องผ่านก่อนระบายสู่ท่อสาธารณะ มีดังนี้

พารามิเตอร์ ค่ามาตรฐาน
pH 5.5 – 9.0
BOD ไม่เกิน 20–40 มก./ล. (ขึ้นอยู่กับพื้นที่)
TSS ไม่เกิน 30 มก./ล.
ไขมันและน้ำมัน ไม่เกิน 20 มก./ล.
TKN ไม่เกิน 35 มก./ล.
Fecal Coliform ไม่เกิน 1,000 MPN/100 มล.

หมายเหตุ: ค่ามาตรฐานที่แท้จริงขึ้นอยู่กับประกาศของแต่ละหน่วยงาน ควรตรวจสอบกับ กรมควบคุมมลพิษ หรือ อปท. ในพื้นที่

ขั้นตอนการตรวจน้ำทิ้งตลาดทำอย่างไร?

1. เตรียมความพร้อมก่อนตรวจ

ก่อนเริ่มกระบวนการตรวจ ผู้ประกอบการควรระบุจุดปล่อยน้ำทิ้งหลักทั้งหมดของตลาด ตรวจสอบว่าระบบบำบัดน้ำเสีย (ถ้ามี) ทำงานปกติ และติดต่อห้องปฏิบัติการเพื่อนัดหมายการเก็บตัวอย่างล่วงหน้า เพราะบางพารามิเตอร์ต้องวิเคราะห์ภายในเวลาจำกัดหลังเก็บตัวอย่าง

2. เก็บตัวอย่างน้ำอย่างถูกต้อง

ควรเก็บตัวอย่างน้ำในช่วงเวลาที่ตลาดมีกิจกรรมสูงสุด เช่น ช่วงเช้า 7:00–9:00 น. โดยเก็บแบบ Grab Sample หรือ Composite Sample ตามข้อกำหนด บรรจุในภาชนะมาตรฐานและรักษาอุณหภูมิระหว่างขนส่งตามที่ห้องแล็บกำหนด การเก็บตัวอย่างที่ถูกวิธีส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำของผลวิเคราะห์

3. ส่งตรวจวิเคราะห์ในห้องแล็บมาตรฐาน

ส่งตัวอย่างภายในระยะเวลาที่กำหนด โดย BOD ต้องวิเคราะห์ภายใน 48 ชั่วโมง ควรเลือกห้องแล็บที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 เพื่อให้ผลวิเคราะห์มีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้ หากต้องการทราบวิธีเลือกห้องแล็บที่ได้มาตรฐาน อ่านได้จาก แล็บตรวจน้ำ ISO 17025 คืออะไร? วิธีเลือกห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน และสำหรับรายละเอียดบริการครบวงจรของ WE Environment อ่านได้ที่ บริการตรวจน้ำโรงงาน ตรวจวิเคราะห์น้ำเสียและน้ำทิ้ง โดย WE Environment

ตลาดต้องตรวจน้ำทิ้งบ่อยแค่ไหน?

ความถี่ในการตรวจน้ำทิ้งขึ้นอยู่กับขนาดของตลาด ปริมาณน้ำทิ้งต่อวัน และเงื่อนไขที่ระบุในใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยทั่วไปสถานประกอบการที่มีระบบบำบัดน้ำเสียควรตรวจน้ำทิ้งอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือตามที่หน่วยงานท้องถิ่นกำหนด สำหรับข้อมูลเรื่องความถี่การตรวจตามกฎหมายอย่างละเอียด อ่านได้ที่ ตรวจน้ำเสียตามกฎหมาย ประจำปี 2569 ต้องทำอะไรบ้าง?

ตลาดที่ไม่มีระบบบำบัดควรทำอย่างไร?

ตลาดขนาดเล็กหรือตลาดนัดที่ยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียสมบูรณ์แบบ ควรเริ่มต้นจากการติดตั้งถังดักไขมัน (Grease Trap) ที่แผงอาหารทุกแผง ก่อนปล่อยน้ำลงสู่ท่อสาธารณะ จากนั้นค่อยพิจารณาติดตั้งระบบบำบัดเบื้องต้นตามขนาดและงบประมาณของตลาด หากต้องการเรียนรู้หลักการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียแบบต่างๆ อ่านได้ที่ ระบบบำบัดน้ำเสียแบบชีวภาพ

ปัญหาที่พบบ่อยในน้ำทิ้งตลาดสด

จากประสบการณ์การตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งจากตลาดสดหลายแห่ง ปัญหาที่พบซ้ำๆ ได้แก่

  • ไขมันและน้ำมันสูงเกินมาตรฐาน — เกิดจากแผงขายอาหารทอด อาหารสำเร็จรูป และแผงขายสัตว์น้ำ ซึ่งไขมันจะอุดตันท่อระบายน้ำและเป็นแหล่งเพาะจุลินทรีย์
  • BOD สูงเกินกำหนด — จากเศษอาหารและสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้สะสมในท่อระบายน้ำ
  • กลิ่นเหม็นรุนแรง — สัญญาณที่บ่งบอกว่าระบบบำบัดมีปัญหาหรือน้ำขังค้างในท่อ อ่านวิธีแก้ได้ที่ วิธีแก้ปัญหาน้ำเสียมีกลิ่นเหม็น
  • Fecal Coliform สูง — จากการจัดการห้องน้ำและการล้างมือที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของอาหารในตลาดด้วย หากต้องการรู้ว่าน้ำเสียที่ไม่ได้รับการจัดการส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร อ่านได้ที่ ปัญหาน้ำเสียส่งผลกระทบกับร่างกายอย่างไร

สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการตลาดต้องรู้

  • ตลาดสดและตลาดนัดที่มีน้ำทิ้ง มีหน้าที่ตรวจน้ำทิ้งตามกฎหมายสาธารณสุขและต้องขอใบอนุญาต อภ.1 ดูรายละเอียดที่ อภ.1 ใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ คืออะไร?
  • พารามิเตอร์หลักที่ต้องตรวจ ได้แก่ BOD, COD, TSS, ไขมัน, pH และ Coliform
  • ควรใช้ห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 เพื่อผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือและใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้
  • ติดตั้งถังดักไขมันเป็นสิ่งแรกที่ต้องมี แม้ตลาดจะยังไม่มีระบบบำบัดเต็มรูปแบบ
  • บทลงโทษจากการฝ่าฝืน ได้แก่ ค่าปรับ และการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตลาดสดต้องมีใบอนุญาตและตรวจน้ำทิ้งไหม?

ตลาดสดถือเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ต้องขอใบอนุญาต อภ.1 และปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านน้ำทิ้งที่หน่วยงานท้องถิ่นกำหนด

ตรวจน้ำทิ้งตลาดราคาเท่าไหร่?

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนพารามิเตอร์ที่ตรวจ วิธีการเก็บตัวอย่าง และระยะทาง สามารถติดต่อ WE Environment เพื่อขอใบเสนอราคาที่เหมาะกับตลาดของได้โดยตรงที่ หน้าติดต่อเรา

ถ้าน้ำทิ้งเกินมาตรฐาน จะมีบทลงโทษอย่างไร?

อาจถูกปรับ สั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือสั่งปิดกิจการชั่วคราวจนกว่าจะแก้ไขให้ผ่านมาตรฐาน ซึ่งอ้างอิงตาม กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

ตลาดนัดที่เปิดแค่สัปดาห์ละครั้งต้องตรวจน้ำทิ้งด้วยไหม?

ขึ้นอยู่กับขนาดและปริมาณน้ำทิ้งที่เกิดขึ้น หากมีน้ำทิ้งไหลลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ ควรปรึกษา อปท. ในพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะ

สรุป

การตรวจน้ำทิ้งตลาด ไม่ใช่ภาระที่ผู้ประกอบการต้องทำเพื่อให้ผ่านกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าน้ำที่ปล่อยออกจากพื้นที่ตลาดมีคุณภาพพอที่จะไม่สร้างปัญหาให้กับชุมชนรอบข้าง การรู้ว่าต้องตรวจพารามิเตอร์อะไร ใช้ห้องแล็บมาตรฐานอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขเมื่อค่าเกินมาตรฐาน จะช่วยให้ดำเนินกิจการได้อย่างราบรื่น มั่นใจ และปลอดภัยต่อทุกฝ่ายในระยะยาว WE Environment ให้บริการเก็บตัวอย่างและตรวจวิเคราะห์น้ำทิ้งตลาดแบบครบวงจร ด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 เลขทะเบียน ว-364 ติดต่อรับคำปรึกษาฟรี

บทความและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนส่งแล็บ

น้ำในถังพักหรือหัวจ่ายภายในโรงเรือนอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่สังเกตเห็นได้ แต่ลักษณะภายนอกไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปราศจากจุลินทรีย์หรือสารปนเปื้อน การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังเตรียมขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ระบบน้ำภายในฟาร์มประกอบด้วยหลายส่วน ตั้งแต่แหล่งน้ำต้นทาง ระบบกรอง ถังพัก ท่อส่ง ไปจนถึงหัวจ่ายภายในโรงเรือน แม้น้ำจากแหล่งต้นทางจะมีคุณภาพเหมาะสม แต่การสะสมของตะกอน คราบภายในถัง หรือสิ่งปนเปื้อนในระบบท่ออาจทำให้คุณภาพน้ำบริเวณปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ บทความนี้สรุปรายการตรวจ เกณฑ์จุลินทรีย์ ความถี่ในการตรวจ จุดเก็บตัวอย่าง วิธีนำส่ง และแนวทางเลือกห้องปฏิบัติการ

อ่านเพิ่มเติม »
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ ตาม มกษ. 6901-2560 ต้องตรวจอะไรบ้าง?

น้ำในถังพักหรือระบบจ่ายน้ำอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่มองเห็นได้ แต่ลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปลอดจากจุลินทรีย์หรือโลหะหนัก การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม มาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับฟาร์มไก่เนื้อกำหนดให้น้ำที่ใช้เลี้ยงไก่ต้องสะอาดและมีผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ขณะที่แนวปฏิบัติได้ระบุรายการทดสอบ ค่าที่ยอมรับได้ และช่วงเวลาที่ควรมีผลตรวจไว้อย่างชัดเจน การเลือกพารามิเตอร์ จุดเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และวิธีนำส่งจึงต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการตรวจ บทความนี้สรุปรายการตรวจน้ำสำหรับฟาร์มไก่เนื้อทั้งหมด 8 รายการ พร้อมเกณฑ์อ้างอิง วิธีวางแผนเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล และแนวทางจัดการเมื่อผลตรวจไม่ผ่าน สำหรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการตรวจวิเคราะห์

อ่านเพิ่มเติม »
น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562: เช็กรหัสและรายการตรวจก่อนส่งแล็บ

คำค้น น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562 เป็นคำที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนนำไปใช้ในเอกสารฟาร์ม ใบเสนอราคา ใบนำส่งตัวอย่าง หรือรายงานผล เนื่องจากเลขมาตรฐานดังกล่าวนำรหัสของมาตรฐานฟาร์มไก่เนื้อมารวมกับปีของมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ เอกสารทางการระบุว่า มกษ.6901-2560 ใช้กับฟาร์มไก่เนื้อ ส่วนมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่คือ มกษ.6909-2562 และเอกสารแนวปฏิบัติใช้รหัส มกษ.6909(G)-2562 ดังนั้น ก่อนส่งตรวจน้ำจึงควรยืนยันรหัสมาตรฐาน วัตถุประสงค์ และรายการทดสอบให้ตรงกับประเภทของฟาร์ม บทความนี้รวบรวมรายการตรวจจุลินทรีย์ เกณฑ์ผ่าน ความถี่ในการตรวจ วิธีเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล

อ่านเพิ่มเติม »