หากเราจะพูดถึงส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในระบบบำบัดน้ำเสียแบบใช้ออกซิเจน สิ่งนั้นคงหนีไม่พ้นเครื่องเติมอากาศนั่นเองครับ เพราะในกระบวนการบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติหรือในโรงงานอุตสาหกรรม จุลินทรีย์คือพระเอกที่ทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์และความสกปรกต่างๆ แต่จุลินทรีย์กลุ่มนี้ก็เหมือนกับคนเราคือต้องการออกซิเจนเพื่อใช้ในการหายใจและสร้างพลังงานในการกินสิ่งสกปรกเหล่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ในน้ำขาดอากาศ ระบบบำบัดก็จะเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนไข่เน่าและน้ำก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าระบบบำบัดของคุณกำลังล้มเหลว การเลือกใช้เครื่องเติมอากาศ บําบัดน้ำเสีย ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องที่เจ้าของสถานประกอบการหรือผู้ดูแลระบบต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำทิ้งที่ปล่อยออกสู่สาธารณะนั้นมีความสะอาดตามที่กฎหมายกำหนดและไม่สร้างมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
สารบัญ
Toggleความสำคัญของออกซิเจนและการทำงานของระบบเติมอากาศ
ในวงการสิ่งแวดล้อมเรามักจะให้ความสำคัญกับค่าที่เรียกว่าค่า DO หรือ Dissolved Oxygen ซึ่งก็คือปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำนั่นเอง ระบบเติมอากาศมีหน้าที่หลักคือการเพิ่มค่า DO นี้ให้สูงพอที่จุลินทรีย์จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยทั่วไปเราควรควบคุมค่า DO ให้ไม่ต่ำกว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตรเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างราบรื่น กระบวนการเติมอากาศไม่ได้เป็นเพียงการปั๊มลมลงไปเฉยๆ แต่เป็นการทำให้โมเลกุลของอากาศสัมผัสกับพื้นผิวของน้ำให้ได้มากที่สุดเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนก๊าซ หากเราเติมอากาศไม่เพียงพอ จุลินทรีย์กลุ่มที่ใช้ออกซิเจนจะตายลงและถูกแทนที่ด้วยจุลินทรีย์กลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน ซึ่งผลผลิตที่ได้จากการย่อยสลายแบบนี้คือกลิ่นเหม็นและก๊าซพิษนั่นเอง ดังนั้นเครื่องเติมอากาศจึงเป็นตัวตัดสินเลยว่าน้ำทิ้งของคุณจะรอดหรือจะร่วงในสายตาของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งแวดล้อม

เครื่องเติมอากาศ มีกี่แบบ
เมื่อคุณเดินเข้าไปในตลาดเครื่องจักรสิ่งแวดล้อม คุณจะพบว่าเครื่องเติมอากาศมีหลากหลายรูปทรงและหลักการทำงาน ซึ่งเราสามารถแบ่งกลุ่มใหญ่ๆ ออกได้ตามลักษณะการติดตั้งและการให้ฟองอากาศ ดังนี้
-
เครื่องเติมอากาศแบบผิวน้ำ (Surface Aerator) แบบนี้เรามักจะเห็นกันบ่อยในบ่อบำบัดขนาดใหญ่หรือบ่อพักน้ำเสียของโรงงาน ลักษณะจะเป็นทุ่นลอยที่มีใบพัดตีน้ำให้กระจายเป็นฝอยเพื่อรับออกซิเจนจากอากาศ ข้อดีคือติดตั้งง่ายและช่วยลดอุณหภูมิของน้ำได้ดี แต่ข้อเสียคืออาจจะมีเสียงดังและกระจายละอองน้ำที่มีกลิ่นออกมาได้หากน้ำเสียเข้มข้นมาก
-
เครื่องเติมอากาศแบบใต้น้ำ (Submersible Aerator) หรือบางคนเรียก Jet Aerator เครื่องแบบนี้จะติดตั้งจมอยู่ใต้ผิวน้ำ ทำหน้าที่ดูดอากาศจากข้างบนลงไปผสมกับน้ำแล้วพ่นออกมาด้วยความเร็วสูง ข้อดีคือทำงานเงียบมากและช่วยให้เกิดการกวนผสมที่ก้นบ่อได้ดี ป้องกันตะกอนเน่านอนก้นบ่อ
-
เครื่องเป่าอากาศ (Air Blower) ร่วมกับจานจ่ายอากาศ (Diffuser) ระบบนี้ได้รับความนิยมมากในโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า หรือคอนโดมิเนียม เพราะให้ประสิทธิภาพการเติมอากาศสูงที่สุด โดยเครื่องเป่าอากาศจะติดตั้งอยู่บนบกแล้วส่งลมผ่านท่อไปลงจานจ่ายอากาศที่ก้นบ่อซึ่งจะพ่นฟองอากาศขนาดเล็กฝอยขึ้นมา ยิ่งฟองเล็กเท่าไหร่ พื้นที่ผิวสัมผัสก็จะยิ่งเยอะและออกซิเจนก็จะละลายได้ดีขึ้นเท่านั้น
เทคนิคการเลือกเครื่องเติมอากาศ
การจะตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องเติมอากาศสักเครื่อง ไม่ควรดูแค่ราคาที่ถูกที่สุดเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความลึกของบ่อบำบัด ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และค่าความสกปรกที่วัดจากค่า BOD หากบ่อบำบัดลึกมากการใช้เครื่องเติมอากาศแบบผิวน้ำอาจจะส่งออกซิเจนลงไปไม่ถึงก้นบ่อ ทำให้เกิดจุดอับที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้ ในกรณีนี้การใช้เครื่องเติมอากาศแบบใต้น้ำหรือระบบจานจ่ายอากาศจะตอบโจทย์กว่า นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาเรื่องค่าไฟและการดูแลรักษา เพราะเครื่องเติมอากาศเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกเครื่องที่มีมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาวได้มหาศาล
ปัญหาที่พบบ่อยเมื่อเครื่องเติมอากาศทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
หลายครั้งที่เราเห็นเครื่องเติมอากาศยังหมุนอยู่แต่ทำไมน้ำในบ่อยังเหม็นอยู่ นั่นอาจเป็นเพราะประสิทธิภาพในการถ่ายเทออกซิเจนลดลง สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่หน้าจานจ่ายอากาศอุดตันด้วยคราบไขมันหรือหินปูน ทำให้ลมไม่ออกหรือออกไม่สม่ำเสมอ หรืออาจเกิดจากใบพัดของเครื่องเติมอากาศแบบผิวน้ำมีขยะไปพันจนทำให้มอเตอร์ทำงานหนักและรอบหมุนช้าลง ปัญหาเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อค่า DO ในน้ำเสีย ทำให้ระบบบำบัดกลายเป็นบ่อหมักน้ำเน่าได้ในเวลาไม่กี่วัน การมีเครื่องสำรองหรือการตรวจเช็คการสลับการทำงานของเครื่องจึงเป็นแผนสำรองที่ทุกระบบบำบัดต้องมี
การดูแลรักษาเครื่องเติมอากาศ
การลงทุนกับเครื่องจักรราคาสูงต้องมาพร้อมกับการดูแลรักษาเครื่องเติมอากาศที่ถูกต้อง สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจเช็คเสียงสั่นสะเทือนและความร้อนของมอเตอร์อย่างสม่ำเสมอ หากเครื่องมีเสียงดังผิดปกติอาจแปลว่าตลับลูกปืนเริ่มเสื่อมสภาพ สำหรับระบบที่ใช้สายพานต้องเช็คความตึงให้พอดีอยู่เสมอ ในส่วนของระบบเป่าอากาศต้องหมั่นทำความสะอาดไส้กรองอากาศเพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไปและช่วยป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองเข้าไปอุดตันที่จานจ่ายอากาศใต้น้ำ หากเราดูแลดีเครื่องเติมอากาศหนึ่งเครื่องอาจจะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 5 ถึง 10 ปีเลยทีเดียว

เครื่องเติมอากาศและมาตรฐานน้ำทิ้งตามกฎหมาย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีการกำหนดมาตรฐานน้ำทิ้งไว้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะค่า BOD และค่า TSS ซึ่งทั้งสองค่านี้จะดีหรือร้ายขึ้นอยู่กับการทำงานของเครื่องเติมอากาศแทบทั้งสิ้น หากเครื่องเติมอากาศของคุณหยุดทำงานเพียงแค่วันเดียว ค่าความสกปรกในน้ำจะพุ่งสูงขึ้นทันทีจนเกินเกณฑ์มาตรฐาน การติดตั้งเครื่องเติมอากาศที่มีคุณภาพและมีกำลังการเติมอากาศที่เพียงพอจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดในพื้นที่ของคุณเท่านั้น แต่เป็นการทำตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับรายวันที่มีราคาแพงมาก รวมถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการดูแลรักษาแหล่งน้ำสาธารณะให้คนรุ่นหลังต่อไป
การตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียหลังการปรับปรุงระบบเติมอากาศ
หลังจากที่คุณได้ทำการติดตั้งหรือซ่อมแซมเครื่องเติมอากาศใหม่แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการตรวจวัดผลการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม การใช้ประสาทสัมผัสอย่างการดูสีน้ำหรือดมกลิ่นอาจจะไม่เพียงพอที่จะยืนยันความถูกต้องทางวิชาการได้ คุณจำเป็นต้องส่งน้ำเสียไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อดูค่า DO, BOD และความเข้มข้นของสารแขวนลอย ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยยืนยันว่าเครื่องเติมอากาศที่คุณเลือกมานั้นทำงานได้จริงและเพียงพอต่อความต้องการของระบบหรือไม่ หากผลตรวจออกมายังไม่ผ่านเกณฑ์ คุณจะได้รีบปรับปรุงตำแหน่งการวางเครื่องหรือเพิ่มจำนวนเครื่องได้ทันเวลาก่อนที่เจ้าหน้าที่รัฐจะเข้ามาตรวจสอบจริง
มั่นใจในคุณภาพน้ำทิ้งด้วยบริการจาก We Envilab (We Environment)
หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียมีกลิ่นกวนใจ หรือไม่แน่ใจว่าเครื่องเติมอากาศที่มีอยู่ยังทำงานได้ดีเพียงพอที่จะผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ําทิ้งโรงงานหรือไม่ ให้ We Environment เข้ามาดูแลเรื่องนี้แทนคุณครับ เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมแบบครบวงจร ที่ให้บริการตั้งแต่การตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียหน้างาน การส่งวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบเติมอากาศ
ที่ We Envilab เรามีทีมงานที่พร้อมจะลงพื้นที่ไปเก็บตัวอย่างน้ำเสียและตรวจวัดค่า DO หน้างานทันที เพื่อประเมินว่าเครื่องเติมอากาศของคุณกำลังทำงานปกติหรือเปล่า เราไม่ได้แค่ส่งรายงานผลการวิเคราะห์ให้คุณเฉยๆ แต่เราพร้อมจะช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาว่าเกิดจากเครื่องเติมอากาศมีขนาดไม่พอ หรือเกิดจากจุลินทรีย์ในระบบได้รับผลกระทบจากสารเคมีตัวอื่น ข้อมูลที่แม่นยำจากเราจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือก วิธีแก้ปัญหาน้ำเสียมีกลิ่นเหม็น ได้อย่างถูกต้องประหยัดเวลาและงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจน้ำประจำเดือนตามกฎหมายหรือการตรวจพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาหน้างาน We Envilab พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้ระบบสิ่งแวดล้อมในโรงงานของคุณแข็งแกร่งและปลอดภัยจากทุกปัญหาสิ่งแวดล้อมครับ
คำถามที่พบบ่อย
เครื่องเติมอากาศควรเปิดใช้งานวันละกี่ชั่วโมงดี?
เพื่อให้ระบบบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพสูงสุดและจุลินทรีย์ไม่ตายลง เครื่องเติมอากาศควรถูกเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน โดยสามารถใช้วิธีสลับการทำงานของเครื่องหลักและเครื่องสำรองทุกๆ 8 หรือ 12 ชั่วโมงเพื่อยืดอายุการใช้งานมอเตอร์
ทำไมเปิดเครื่องเติมอากาศแล้วแต่น้ำในบ่อยังมีกลิ่นเหม็น?
สาเหตุอาจเกิดจากปริมาณออกซิเจนที่เติมลงไปไม่เพียงพอต่อปริมาณความสกปรก (ค่า BOD) ในน้ำ หรือเครื่องเติมอากาศอาจอุดตันทำให้ฟองอากาศออกน้อยกว่าที่ควรจะเป็น รวมถึงการมีตะกอนเน่าสะสมอยู่ที่ก้นบ่อมากเกินไป
ค่า DO ในน้ำเสียที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไหร่?
สำหรับระบบบำบัดน้ำเสียแบบใช้ออกซิเจนส่วนใหญ่ ควรควบคุมค่า DO หรือออกซิเจนละลายน้ำให้อยู่ในระดับ 2.0 ถึง 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีที่สุดและไม่เกิดปัญหากลิ่นเหม็นจากสภาวะไร้ออกซิเจน
เครื่องเติมอากาศแบบผิวน้ำกับแบบใต้น้ำ แบบไหนประหยัดไฟกว่ากัน?
โดยทั่วไปประสิทธิภาพการเติมอากาศมักจะขึ้นอยู่กับการกระจายตัวของฟองอากาศ ระบบจานจ่ายอากาศใต้น้ำร่วมกับเครื่องเป่าลมมักจะให้ประสิทธิภาพต่อพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ได้ดีกว่าในบ่อที่มีความลึก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งที่สูงกว่า
เครื่องเติมอากาศเสียบ่อยเกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุหลักมักเกิดจากระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียรทำให้มอเตอร์ไหม้ การขาดการซ่อมบำรุงตามรอบอย่างการอัดจาระบีหรือการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ และการใช้งานเครื่องเกินกำลังน้ำเสียที่ระบบถูกออกแบบมาให้รับไหว
อ่านเพิ่มเติม:


