ข่าวสารและบทความ
EIA Monitoring คืออะไร

EIA Monitoring คืออะไร

สำหรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างคอนโดมิเนียมสูง โรงแรมหรูริมทะเล นิคมอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ห้างสรรพสินค้า สิ่งหนึ่งที่เจ้าของโครงการมักจะให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือเรื่องของการขอใบอนุญาตและการออกแบบก่อสร้างให้สวยงาม แต่มีอีกหนึ่งกระบวนการสำคัญที่เปรียบเสมือนลมหายใจของโครงการ และเป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับอย่างเคร่งครัด นั่นก็คือการทำรายงาน EIA หรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่เรื่องราวมันไม่ได้จบลงแค่ตอนที่เราได้รับใบอนุญาตให้ก่อสร้างเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเรายังมีพันธะสัญญาที่ต้องทำต่อเนื่องที่เรียกว่า EIA Monitoring หรือการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะยังสับสน หรือมองข้ามความสำคัญไปจนเกิดปัญหาตามมาทีหลัง วันนี้เราจะมาอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังแบบภาษาง่ายๆ ว่าทำไมมันถึงสำคัญ และต้องทำอย่างไรให้โครงการของเราดำเนินไปได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีสะดุด

เข้าใจความหมายของการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบง่ายๆ

ลองจินตนาการว่าตอนที่เรายื่นขออนุญาตทำโครงการ เราได้ให้สัญญากับหน่วยงานรัฐและชุมชนรอบข้างไว้ว่า การก่อสร้างและการดำเนินงานของเราจะไม่สร้างความเดือดร้อน ไม่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย ไม่ทำให้น้ำเน่าเสีย หรือไม่ส่งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน ซึ่งสัญญาเหล่านี้จะถูกเขียนระบุไว้อย่างชัดเจนในเล่มรายงาน EIA ฉบับสมบูรณ์ ดังนั้น EIA Monitoring ก็เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพประจำปี หรือการตรวจการบ้านเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเราได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้จริงๆ ไม่ได้พูดปากเปล่า โดยจะต้องมีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บตัวอย่าง วัดค่าต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์ และทำสรุปเป็นเล่มรายงานส่งให้กับหน่วยงานราชการตามงวดเวลาที่กำหนด เพื่อยืนยันว่าโครงการของเรายังคงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและชุมชนอยู่เสมอ ไม่ได้ปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้

มาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
มาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

ในกระบวนการนี้เขาตรวจอะไรกันบ้าง

รายละเอียดในการตรวจวัดของแต่ละโครงการนั้นจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับประเภทของโครงการและสภาพแวดล้อมโดยรอบ แต่โดยหลักๆ แล้วจะมีหัวข้อใหญ่ๆ ที่ต้องตรวจสอบครอบคลุมทั้ง 4 ด้านหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์และระบบนิเวศ

  • คุณภาพอากาศ เป็นหัวข้อที่สำคัญมากโดยเฉพาะในช่วงก่อสร้าง จะต้องมีการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก๊าซพิษต่างๆ เพื่อดูว่ากิจกรรมการก่อสร้างของเราทำให้ฝุ่นฟุ้งไปรบกวนเพื่อนบ้านหรือไม่

  • คุณภาพเสียงและความสั่นสะเทือน การตอกเสาเข็มหรือการเดินเครื่องจักรหนัก ย่อมก่อให้เกิดเสียงดังและแรงสั่นสะเทือน ซึ่งต้องมีการตรวจวัดระดับเสียงเฉลี่ยและเสียงรบกวน เพื่อไม่ให้เกินเกณฑ์ที่คนในชุมชนจะรับได้

  • คุณภาพน้ำ ทั้งน้ำทิ้งจากการก่อสร้าง น้ำทิ้งจากคนงาน หรือน้ำทิ้งจากระบบบำบัดเมื่อเปิดใช้อาคาร ต้องมีการเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ค่าความสกปรก ค่าความเป็นกรดด่าง เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำที่ปล่อยลงสู่ท่อสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติมีความสะอาดเพียงพอ

  • คมนาคมขนส่ง สำหรับโครงการใหญ่ๆ อาจจะต้องมีการนับปริมาณรถเข้าออก ดูผลกระทบเรื่องรถติด หรืออุบัติเหตุหน้าโครงการ เพื่อประเมินว่าเราบริหารจัดการจราจรได้ดีตามแผนที่วางไว้หรือไม่

ช่วงเวลาไหนบ้างที่ต้องส่งรายงาน และต้องส่งบ่อยแค่ไหน

การทำ EIA Monitoring ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องทำต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลักๆ ตามช่วงเวลาของโครงการ ระยะแรกคือระยะก่อสร้าง ซึ่งเป็นช่วงที่กิจกรรมต่างๆ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น เสียง หรือน้ำเสียจากการล้างเครื่องมือ โดยปกติแล้วในระยะนี้จะต้องมีการส่งรายงานการติดตามตรวจสอบทุกๆ 6 เดือน เพื่ออัปเดตสถานการณ์ให้หน่วยงานกำกับดูแลได้รับทราบ หากมีค่าไหนเกินมาตรฐานก็ต้องรีบแก้ไขทันที ส่วนระยะที่สองคือระยะดำเนินการ หรือช่วงที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและเปิดใช้งานอาคาร ช่วงนี้ผลกระทบอาจจะน้อยลงกว่าตอนก่อสร้าง แต่ก็ยังต้องมีการตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบระบายอากาศ หรือการจัดการขยะ โดยความถี่ในการส่งรายงานอาจจะเป็นทุก 6 เดือน หรือปีละ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเล่ม EIA ของแต่ละโครงการ ซึ่งเจ้าของโครงการต้องแม่นยำเรื่องกำหนดเวลาการส่งรายงานมาก เพราะหากส่งช้าหรือไม่ส่งเลย อาจมีโทษปรับทางกฎหมายได้

ผลเสียที่จะตามมาหากละเลยหรือไม่ทำตามมาตรการ

การไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือไม่ส่งรายงาน EIA Monitoring ตามกำหนด ไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องค่าปรับที่เป็นตัวเงินเท่านั้น แต่ผลเสียที่รุนแรงกว่าคือความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ของโครงการ หากวันดีคืนดีมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐลงมาตรวจสอบแล้วพบว่าเราไม่มีรายงานผลการตรวจวัดยืนยัน หรือพบว่าเราปล่อยมลพิษเกินค่ามาตรฐาน หน่วยงานรัฐมีอำนาจในการสั่งหยุดการก่อสร้างชั่วคราว หรือสั่งระงับการเปิดใช้อาคารได้จนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งนั่นหมายถึงความเสียหายทางธุรกิจมหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น หากชุมชนรอบข้างได้รับความเดือดร้อนและรวมตัวกันร้องเรียน หลักฐานจากรายงาน Monitoring นี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ใจของเราได้ แต่ถ้าเราไม่มีหลักฐานอะไรเลย เราจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายบานปลายได้ในที่สุด

เลือกบริษัทที่ปรึกษาอย่างไรให้งานผ่านฉลุย

การทำ EIA Monitoring เป็นงานวิชาการที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไม่ใช่ใครก็นึกจะเดินไปตักน้ำหรือวัดเสียงเองแล้วมาเขียนรายงานส่งได้ กฎหมายระบุชัดเจนว่าผู้ที่จะทำการเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลจะต้องเป็นห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องมีเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ผ่านการสอบเทียบความถูกต้องมาแล้ว ดังนั้นการเลือกบริษัทที่ปรึกษาหรือห้องแล็บที่จะเข้ามาดูแลงานส่วนนี้ จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของโครงการต้องพิจารณาให้ดี ควรเลือกบริษัทที่มีทีมงานพร้อม ทั้งทีมเก็บตัวอย่างภาคสนามและทีมวิเคราะห์ผลในห้องแล็บ มีประวัติการทำงานที่ตรวจสอบได้ และมีความเข้าใจในระเบียบข้อบังคับของ EIA อย่างลึกซึ้ง เพื่อที่เวลาเจอปัญหาหน้างาน ทีมงานเหล่านี้จะสามารถให้คำแนะนำในการแก้ไขเบื้องต้นได้ทันที ไม่ใช่แค่ส่งผลตัวเลขมาให้ดูเฉยๆ

ให้ We Environment เป็นเพื่อนคู่คิด ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้โครงการคุณ

หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์มืออาชีพที่จะเข้ามาช่วยดูแลและจัดการเรื่อง EIA Monitoring ให้เป็นเรื่องง่าย We Environment (We Envilab) พร้อมให้บริการคุณอย่างครบวงจร เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่มีประสบการณ์ยาวนาน และได้รับความไว้วางใจจากโครงการชั้นนำมากมาย เรามีห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล พร้อมทีมงานภาคสนามที่เชี่ยวชาญและทำงานรวดเร็ว เราเข้าใจดีว่าเจ้าของโครงการมีภาระหน้าที่มากมาย เราจึงมุ่งเน้นการให้บริการที่เบ็ดเสร็จตั้งแต่การลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง การวิเคราะห์ผลในห้องแล็บ ไปจนถึงการจัดทำเล่มรายงานเพื่อส่งหน่วยงานราชการ คุณไม่ต้องเสียเวลามาปวดหัวกับเรื่องเอกสารหรือกังวลเรื่องกำหนดการส่งรายงาน เพราะเราจะคอยติดตามและแจ้งเตือนคุณในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าโครงการของคุณจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ปรึกษาเราวันนี้ เพื่อมาตรฐานที่ดีของวันพรุ่งนี้ครับ

คำถามที่พบบ่อย

โครงการขนาดเล็กต้องทำ EIA Monitoring หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของโครงการครับ โดยต้องตรวจสอบตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากเข้าข่ายต้องทำรายงาน EIA ก็จำเป็นต้องทำ Monitoring ตามมาด้วยเสมอ

ค่าใช้จ่ายในการทำ Monitoring แพงไหม?
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนจุดตรวจวัดและพารามิเตอร์ที่ต้องตรวจตามที่ระบุในเล่ม EIA ครับ ซึ่งแต่ละโครงการจะไม่เท่ากัน แนะนำให้ส่งเล่ม EIA ส่วนของมาตรการติดตามตรวจสอบมาให้ประเมินราคาได้ครับ

ถ้าผลการตรวจวัดเกินค่ามาตรฐานต้องทำอย่างไร?
ต้องรีบหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขทันทีครับ เช่น หากค่าน้ำเสียเกินเกณฑ์ ก็ต้องปรับปรุงระบบบำบัด และทำการตรวจวัดซ้ำเพื่อยืนยันว่าค่ากลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ก่อนทำรายงานชี้แจง

รายงาน EIA Monitoring ต้องเก็บไว้นานแค่ไหน?
ควรเก็บรวบรวมไว้ตลอดอายุของโครงการครับ หรืออย่างน้อยที่สุดควรเก็บไว้ย้อนหลัง 5 ถึง 10 ปี เพื่อใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงหากมีการตรวจสอบย้อนหลังหรือมีข้อร้องเรียนจากชุมชน

บริษัทรับเหมาก่อสร้างทำ Monitoring เองได้ไหม?
ทำเองไม่ได้ครับ ต้องจ้างบุคคลที่สาม (Third Party) ที่เป็นนิติบุคคลผู้มีสิทธิทำรายงาน หรือห้องปฏิบัติการวิเคราะห์เอกชนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เพื่อความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือของข้อมูล

อ่านเพิ่มเติม:

บทความและข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ ต้องตรวจอะไรบ้างก่อนส่งแล็บ

น้ำในถังพักหรือหัวจ่ายภายในโรงเรือนอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่สังเกตเห็นได้ แต่ลักษณะภายนอกไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปราศจากจุลินทรีย์หรือสารปนเปื้อน การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่ไข่ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังเตรียมขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ระบบน้ำภายในฟาร์มประกอบด้วยหลายส่วน ตั้งแต่แหล่งน้ำต้นทาง ระบบกรอง ถังพัก ท่อส่ง ไปจนถึงหัวจ่ายภายในโรงเรือน แม้น้ำจากแหล่งต้นทางจะมีคุณภาพเหมาะสม แต่การสะสมของตะกอน คราบภายในถัง หรือสิ่งปนเปื้อนในระบบท่ออาจทำให้คุณภาพน้ำบริเวณปลายทางเปลี่ยนแปลงได้ บทความนี้สรุปรายการตรวจ เกณฑ์จุลินทรีย์ ความถี่ในการตรวจ จุดเก็บตัวอย่าง วิธีนำส่ง และแนวทางเลือกห้องปฏิบัติการ

อ่านเพิ่มเติม »
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ
ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ ตาม มกษ. 6901-2560 ต้องตรวจอะไรบ้าง?

น้ำในถังพักหรือระบบจ่ายน้ำอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่มองเห็นได้ แต่ลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปลอดจากจุลินทรีย์หรือโลหะหนัก การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม มาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับฟาร์มไก่เนื้อกำหนดให้น้ำที่ใช้เลี้ยงไก่ต้องสะอาดและมีผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ขณะที่แนวปฏิบัติได้ระบุรายการทดสอบ ค่าที่ยอมรับได้ และช่วงเวลาที่ควรมีผลตรวจไว้อย่างชัดเจน การเลือกพารามิเตอร์ จุดเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และวิธีนำส่งจึงต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการตรวจ บทความนี้สรุปรายการตรวจน้ำสำหรับฟาร์มไก่เนื้อทั้งหมด 8 รายการ พร้อมเกณฑ์อ้างอิง วิธีวางแผนเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล และแนวทางจัดการเมื่อผลตรวจไม่ผ่าน สำหรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการตรวจวิเคราะห์

อ่านเพิ่มเติม »
น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562: เช็กรหัสและรายการตรวจก่อนส่งแล็บ

คำค้น น้ำบริโภค ฟาร์มไก่ไข่ มกษ.6901(G)-2562 เป็นคำที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนนำไปใช้ในเอกสารฟาร์ม ใบเสนอราคา ใบนำส่งตัวอย่าง หรือรายงานผล เนื่องจากเลขมาตรฐานดังกล่าวนำรหัสของมาตรฐานฟาร์มไก่เนื้อมารวมกับปีของมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ เอกสารทางการระบุว่า มกษ.6901-2560 ใช้กับฟาร์มไก่เนื้อ ส่วนมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่ไข่คือ มกษ.6909-2562 และเอกสารแนวปฏิบัติใช้รหัส มกษ.6909(G)-2562 ดังนั้น ก่อนส่งตรวจน้ำจึงควรยืนยันรหัสมาตรฐาน วัตถุประสงค์ และรายการทดสอบให้ตรงกับประเภทของฟาร์ม บทความนี้รวบรวมรายการตรวจจุลินทรีย์ เกณฑ์ผ่าน ความถี่ในการตรวจ วิธีเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล

อ่านเพิ่มเติม »