น้ำในถังพักหรือระบบจ่ายน้ำอาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีตะกอนที่มองเห็นได้ แต่ลักษณะเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่าน้ำปลอดจากจุลินทรีย์หรือโลหะหนัก การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยยืนยันคุณภาพน้ำด้วยผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะฟาร์มที่กำลังขอรับรองหรือต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม
มาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับฟาร์มไก่เนื้อกำหนดให้น้ำที่ใช้เลี้ยงไก่ต้องสะอาดและมีผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ขณะที่แนวปฏิบัติได้ระบุรายการทดสอบ ค่าที่ยอมรับได้ และช่วงเวลาที่ควรมีผลตรวจไว้อย่างชัดเจน การเลือกพารามิเตอร์ จุดเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และวิธีนำส่งจึงต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของการตรวจ
บทความนี้สรุปรายการตรวจน้ำสำหรับฟาร์มไก่เนื้อทั้งหมด 8 รายการ พร้อมเกณฑ์อ้างอิง วิธีวางแผนเก็บตัวอย่าง การอ่านรายงานผล และแนวทางจัดการเมื่อผลตรวจไม่ผ่าน สำหรับข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการตรวจวิเคราะห์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากบทความ ขั้นตอนการรับตรวจคุณภาพน้ำก่อนส่งตัวอย่าง
สารบัญ
Toggleตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ อ้างอิงมาตรฐานใด?
การระบุชื่อมาตรฐานให้ถูกต้องมีผลต่อการเลือกรายการทดสอบ การขอใบเสนอราคา การจัดทำใบนำส่งตัวอย่าง และการนำรายงานผลไปใช้ประกอบการตรวจประเมิน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับฟาร์มไก่เนื้อมีทั้งมาตรฐานหลักและเอกสารแนวปฏิบัติ ซึ่งมีหน้าที่ต่างกัน
มกษ. 6901-2560 คือมาตรฐานหลักสำหรับฟาร์มไก่เนื้อ
มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 6901-2560 มีชื่อว่า “การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่เนื้อ” หรือ Good Agricultural Practices for Broiler Farm ครอบคลุมตั้งแต่องค์ประกอบฟาร์ม อาหารและน้ำ การจัดการสุขภาพสัตว์ สวัสดิภาพสัตว์ การจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการบันทึกข้อมูล
ข้อกำหนดด้านน้ำระบุว่า น้ำที่ใช้เลี้ยงไก่เนื้อต้องสะอาดและมีผลตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ส่วนแหล่งน้ำที่ใช้ภายในฟาร์มต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งที่เป็นอันตรายได้
มกษ. 6901(G)-2560 คือเอกสารแนวปฏิบัติ
ตัวอักษร (G) หมายถึง Guidance หรือเอกสารแนวปฏิบัติที่ใช้ขยายรายละเอียดจากมาตรฐานหลัก ภายใน แนวปฏิบัติ มกษ. 6901(G)-2560 ระบุรายการโลหะหนักและจุลินทรีย์ที่ต้องตรวจ รวมถึงค่าที่ยอมรับได้และความถี่ในการมีผลตรวจ
ดังนั้น หากกล่าวถึงชื่อมาตรฐานหลักควรใช้ “มกษ. 6901-2560” ส่วน “มกษ. 6901(G)-2560” ใช้เมื่อต้องการอ้างถึงแนวทางปฏิบัติหรือรายละเอียดของเกณฑ์ตรวจน้ำโดยเฉพาะ
ตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้อต้องตรวจอะไรบ้าง?

แนวปฏิบัติสำหรับฟาร์มไก่เนื้อกำหนดรายการตรวจคุณภาพน้ำที่ใช้เลี้ยงไก่ไว้ 8 รายการ แบ่งเป็นโลหะหนัก 4 รายการและจุลินทรีย์ 4 รายการ ดังนี้
| กลุ่มการทดสอบ | รายการตรวจ | เกณฑ์ที่กำหนด | หน่วย |
|---|---|---|---|
| โลหะหนัก | สารหนู (Arsenic: As) | ไม่เกิน 0.05 | mg/L |
| โลหะหนัก | แคดเมียม (Cadmium: Cd) | ไม่เกิน 0.01 | mg/L |
| โลหะหนัก | ตะกั่ว (Lead: Pb) | ไม่เกิน 0.05 | mg/L |
| โลหะหนัก | ปรอท (Mercury: Hg) | ไม่เกิน 0.001 | mg/L |
| จุลินทรีย์ | Standard Plate Count | ไม่เกิน 500 | CFU/mL |
| จุลินทรีย์ | Coliform | น้อยกว่า 2.2 | MPN/100 mL |
| จุลินทรีย์ | E. coli | ไม่พบ | ตามวิธีทดสอบ |
| จุลินทรีย์ | Salmonella spp. | ไม่พบ | ตามวิธีทดสอบ |
รายการโลหะหนักบอกอะไรเกี่ยวกับแหล่งน้ำ?
สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และปรอทอาจเข้าสู่แหล่งน้ำจากสภาพทางธรณีวิทยา กิจกรรมในพื้นที่รอบฟาร์ม วัสดุของระบบท่อ หรือการปนเปื้อนจากแหล่งอื่น โลหะหนักบางชนิดมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและไม่ทำให้น้ำเปลี่ยนสีอย่างชัดเจน จึงต้องใช้วิธีวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
หากพบค่าเกินเกณฑ์ ไม่ควรตัดสินจากผลรายการเดียวโดยไม่ตรวจสอบข้อมูลประกอบ ควรพิจารณาจุดเก็บ แหล่งน้ำ สภาพท่อ การเก็บรักษาตัวอย่าง และผลจากจุดอื่นร่วมกัน เพื่อแยกให้ออกว่าการปนเปื้อนเกิดจากต้นน้ำหรือเกิดขึ้นภายในระบบจ่ายน้ำของฟาร์ม
รายการจุลินทรีย์บอกอะไรเกี่ยวกับระบบน้ำ?
Standard Plate Count ใช้ประเมินจำนวนจุลินทรีย์ที่เจริญได้ภายใต้เงื่อนไขของวิธีทดสอบ จึงช่วยสะท้อนภาพรวมด้านสุขลักษณะของน้ำและระบบจ่ายน้ำ ส่วน Coliform และ E. coli ใช้เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนที่สัมพันธ์กับสุขลักษณะของแหล่งน้ำ ถังพัก หรือระบบท่อ
Salmonella spp. เป็นเชื้อที่แนวปฏิบัติกำหนดว่าต้องไม่พบ การตรวจรายการนี้จำเป็นต้องใช้ภาชนะ วิธีเก็บ และการนำส่งที่เหมาะสม เพราะอุณหภูมิ ระยะเวลา และการปนเปื้อนระหว่างเก็บตัวอย่างอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของผลตรวจได้
ต้องตรวจ pH ความขุ่น หรือ TDS เพิ่มหรือไม่?
ค่า pH ความขุ่น TDS ความกระด้าง ไนเตรต คลอไรด์ หรือพารามิเตอร์ทางเคมีอื่นไม่ได้อยู่ในรายการหลัก 8 รายการตามแนวปฏิบัติข้างต้น แต่สามารถตรวจเพิ่มเติมได้เมื่อมีเหตุผลด้านความเสี่ยง เช่น ใช้น้ำบาดาล พื้นที่ใกล้แหล่งเกษตรหรืออุตสาหกรรม น้ำเปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ เกิดตะกรันในท่อ หรือพบปัญหากับระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ
การเลือกรายการเพิ่มเติมควรอ้างอิงลักษณะของแหล่งน้ำ ประวัติผลตรวจ และวัตถุประสงค์ในการใช้รายงาน ไม่ควรเลือกชุดตรวจขนาดใหญ่โดยไม่มีเหตุผล เพราะอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ช่วยตอบคำถามหลักของฟาร์ม
ควรตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้อเมื่อใด?
แนวปฏิบัติ มกษ. 6901(G)-2560 ระบุให้มีผลตรวจตัวอย่างน้ำตามรายการที่กำหนด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจประเมินครั้งแรก และตรวจคุณภาพน้ำอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อรอบการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม
นอกจากนี้ หากสภาพแวดล้อมมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน หรือเกิดข้อสงสัยในคุณภาพน้ำ ควรตรวจบางรายการเพิ่มเติมตามลักษณะของความเสี่ยง ตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรพิจารณาตรวจนอกเหนือจากรอบปกติ ได้แก่
- เกิดน้ำท่วม น้ำหลาก หรือมีน้ำภายนอกไหลเข้าสู่บริเวณแหล่งน้ำ
- เปลี่ยนแหล่งน้ำจากน้ำประปาเป็นน้ำบาดาลหรือแหล่งอื่น
- ซ่อมแซม เปลี่ยน หรือต่อเติมถังพักและระบบท่อ
- น้ำเปลี่ยนสี มีกลิ่น มีตะกอน หรือเกิดคราบในระบบจ่ายน้ำ
- ผลตรวจรอบก่อนหน้าไม่ผ่านและมีการแก้ไขระบบแล้ว
- พบความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ
ข้อกำหนดเรื่องหนึ่งครั้งต่อรอบการต่ออายุเป็นเกณฑ์อ้างอิงด้านเอกสาร ไม่ได้หมายความว่าทุกฟาร์มควรใช้ความถี่เดียวกันทั้งหมด ฟาร์มที่ใช้แหล่งน้ำซึ่งมีความผันแปรสูงอาจต้องวางแผนตรวจติดตามถี่ขึ้นตามการประเมินความเสี่ยง
ควรเก็บตัวอย่างน้ำจากจุดใดในฟาร์ม?
ผลวิเคราะห์จะอธิบายคุณภาพน้ำได้เฉพาะจุดและช่วงเวลาที่เก็บตัวอย่าง การเลือกจุดเก็บจึงต้องตอบให้ได้ว่าต้องการประเมินแหล่งน้ำต้นทาง ประสิทธิภาพของระบบปรับปรุงน้ำ หรือคุณภาพน้ำที่ไก่ได้รับจริง
1. แหล่งน้ำต้นทาง
จุดต้นทางอาจเป็นน้ำบาดาล น้ำประปา น้ำผิวดิน หรือแหล่งน้ำอื่น การเก็บจากจุดนี้ใช้ประเมินคุณภาพก่อนน้ำเข้าสู่ถังพักและระบบท่อ หากต้นทางไม่ผ่านเกณฑ์ การแก้ไขควรเริ่มจากแหล่งน้ำหรือระบบปรับปรุงคุณภาพก่อนจ่ายเข้าสู่โรงเรือน
2. หลังระบบปรับปรุงคุณภาพหรือถังพัก
จุดหลังระบบกรอง ฆ่าเชื้อ หรือถังพัก ช่วยตรวจสอบว่ากระบวนการที่ใช้อยู่ลดความเสี่ยงได้ตามเป้าหมายหรือไม่ หากผลต้นทางและหลังระบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน จะช่วยระบุตำแหน่งที่ต้องตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
3. ปลายระบบจ่ายน้ำในโรงเรือน
การเก็บจากนิปเปิลหรือจุดปลายสายสะท้อนคุณภาพน้ำใกล้เคียงกับจุดที่ไก่ได้รับจริง จุดนี้อาจได้รับผลจากคราบภายในท่อ ตะกอน ถังพัก การไหลของน้ำ หรือการดูแลระบบหลังผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแล้ว
หากต้องการตรวจเพื่อหาสาเหตุของปัญหา อาจต้องเก็บหลายจุดเปรียบเทียบกัน เช่น ต้นทาง หลังถังพัก และปลายสาย แต่หากตรวจเพื่อใช้ประกอบการรับรอง ควรยืนยันจุดเก็บที่ผู้ตรวจประเมินหรือห้องปฏิบัติการแนะนำก่อนดำเนินการ
ขั้นตอนเก็บตัวอย่างน้ำฟาร์มไก่เนื้อก่อนส่งตรวจ
การเก็บตัวอย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้ผลตรวจไม่สะท้อนคุณภาพน้ำในฟาร์มจริง โดยเฉพาะการตรวจจุลินทรีย์ซึ่งมีความไวต่อภาชนะ ความสะอาด อุณหภูมิ และระยะเวลานำส่ง สามารถศึกษาแนวทางพื้นฐานเพิ่มเติมจากบทความ ตรวจคุณภาพน้ำคืออะไรและต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง
- ระบุวัตถุประสงค์ แจ้งว่าตรวจเพื่อขอรับรองครั้งแรก ต่ออายุใบรับรอง ตรวจติดตามหลังแก้ไข หรือประเมินความผิดปกติ
- ยืนยันรายการทดสอบ ระบุรายการโลหะหนักและจุลินทรีย์ให้ตรงกับมาตรฐาน รวมถึงรายการเพิ่มเติมตามความเสี่ยง
- ขอภาชนะจากห้องปฏิบัติการ การตรวจแต่ละกลุ่มอาจใช้ขวด สารรักษาสภาพ และปริมาตรตัวอย่างต่างกัน
- กำหนดจุดเก็บ ระบุชื่อจุด แหล่งน้ำ โรงเรือน และตำแหน่งในระบบให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
- เก็บตามวิธีที่กำหนด หลีกเลี่ยงการสัมผัสปากขวด ฝาด้านใน หรือบริเวณที่อาจทำให้เกิดการปนเปื้อน
- บันทึกข้อมูลภาคสนาม จดวันที่ เวลา ผู้เก็บ สภาพน้ำ และเหตุการณ์ผิดปกติที่พบ
- ควบคุมการนำส่ง รักษาอุณหภูมิและส่งถึงห้องปฏิบัติการภายในระยะเวลาที่วิธีทดสอบกำหนด
ไม่ควรใช้ขวดน้ำดื่มหรือภาชนะที่เตรียมเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ เนื่องจากภาชนะอาจมีสารตกค้าง ไม่ผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อ หรือไม่เหมาะกับพารามิเตอร์ที่ต้องการตรวจ
อ่านรายงานผลตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้ออย่างไร?
การอ่านรายงานไม่ควรดูเฉพาะช่องผลวิเคราะห์ ต้องตรวจรายละเอียดของตัวอย่าง วิธีทดสอบ หน่วย และเกณฑ์อ้างอิงประกอบกัน เพื่อป้องกันการเปรียบเทียบค่าที่ใช้หน่วยต่างกันหรือใช้ผลผิดจุดประสงค์
ตรวจสอบข้อมูลตัวอย่าง
ชื่อจุดเก็บ วันที่และเวลา ประเภทน้ำ และรหัสตัวอย่างต้องตรงกับข้อมูลภาคสนาม หากเก็บหลายจุด ควรตั้งชื่อให้แยกได้ชัด เช่น น้ำต้นทาง ถังพัก โรงเรือนที่ 1 หรือปลายสายโรงเรือนที่ 2
ตรวจสอบหน่วยและเกณฑ์
ผลโลหะหนักมักรายงานเป็นมิลลิกรัมต่อลิตร ส่วนจุลินทรีย์อาจรายงานเป็น CFU ต่อมิลลิลิตร หรือ MPN ต่อ 100 มิลลิลิตร การเปรียบเทียบต้องใช้หน่วยเดียวกับเกณฑ์ในมาตรฐาน
ทำความเข้าใจคำว่าไม่พบ
คำว่า “ไม่พบ” หมายถึงไม่พบภายใต้เงื่อนไขและขีดจำกัดของวิธีทดสอบที่ใช้ ไม่ได้หมายความว่าสามารถยืนยันการไม่มีสารหรือจุลินทรีย์ในทุกระดับความเข้มข้น จึงควรตรวจสอบวิธีทดสอบและขีดจำกัดการรายงานในเอกสารด้วย
ตรวจสอบขอบข่ายการรับรอง
การที่ห้องปฏิบัติการได้รับ ISO/IEC 17025 ไม่ได้หมายความว่าทุกรายการทดสอบอยู่ในขอบข่ายรับรองเดียวกัน ควรตรวจสอบว่ารายการที่ใช้ยื่นประกอบการประเมินอยู่ในขอบข่ายที่หน่วยงานต้องการหรือไม่
ผลตรวจน้ำไม่ผ่านควรจัดการอย่างไร?
ผลที่เกินเกณฑ์ไม่ควรถูกแก้ด้วยการเติมสารหรือเปลี่ยนระบบทันทีโดยยังไม่ทราบต้นเหตุ ควรตรวจสอบตั้งแต่แหล่งน้ำ จุดเก็บ ระบบท่อ ถังพัก และกระบวนการเก็บตัวอย่าง เพื่อวางแนวทางแก้ไขให้ตรงกับปัญหา
กรณีพบจุลินทรีย์เกินเกณฑ์
เริ่มจากตรวจสอบความสะอาดของแหล่งน้ำ ถังพัก ฝาถัง ท่อ และปลายระบบจ่ายน้ำ รวมถึงความเป็นไปได้ของการปนเปื้อนจากมูลสัตว์ น้ำเสีย หรือสัตว์พาหะ จากนั้นจึงทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามวิธีที่เหมาะกับระบบของฟาร์ม
หลังแก้ไขควรปล่อยน้ำผ่านระบบตามขั้นตอน ตรวจสอบสารฆ่าเชื้อที่อาจตกค้าง และเก็บตัวอย่างตรวจซ้ำจากจุดเดิม การใช้จุดเก็บเดียวกันช่วยให้เปรียบเทียบผลก่อนและหลังแก้ไขได้ชัดเจนขึ้น
กรณีพบโลหะหนักเกินเกณฑ์
ควรเก็บตัวอย่างเปรียบเทียบระหว่างต้นทางกับปลายระบบ หากต้นทางมีค่าสูง อาจต้องตรวจสอบแหล่งน้ำหรือพิจารณาแหล่งน้ำสำรอง แต่หากพบเฉพาะปลายระบบ ควรตรวจวัสดุของท่อ ถัง และอุปกรณ์ที่น้ำสัมผัส
ระบบบำบัดต้องเลือกตามชนิดและความเข้มข้นของโลหะที่ตรวจพบ จึงไม่ควรสรุปว่าระบบกรองชนิดใดชนิดหนึ่งสามารถแก้ได้ทุกกรณี หลังปรับปรุงควรตรวจยืนยันก่อนนำผลไปใช้ประกอบการประเมินหรือกลับมาใช้ในระบบเลี้ยงตามปกติ
เลือกแล็บตรวจน้ำฟาร์มไก่อย่างไร?
ห้องปฏิบัติการควรสามารถให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกรายการทดสอบ การเตรียมภาชนะ การเก็บตัวอย่าง การควบคุมระหว่างขนส่ง ไปจนถึงการออกรายงานผล ผู้ประกอบการสามารถอ่านหลักการเลือกเพิ่มเติมได้จากบทความ วิธีเลือกแล็บตรวจน้ำ ISO 17025
- ตรวจสอบสถานะการรับรอง ISO/IEC 17025 และขอบข่ายรายการทดสอบ
- สอบถามว่ารายงานสามารถใช้กับวัตถุประสงค์ของการตรวจได้หรือไม่
- ยืนยันรายการทดสอบ หน่วย เกณฑ์อ้างอิง และระยะเวลารอผล
- ขอภาชนะและคำแนะนำการเก็บตัวอย่างจากห้องปฏิบัติการ
- พิจารณาบริการเก็บตัวอย่างภาคสนามเมื่อจุดเก็บมีหลายตำแหน่ง
- ตรวจสอบว่ารายงานระบุวิธีทดสอบและข้อมูลตัวอย่างครบถ้วน
ก่อนขอใบเสนอราคา ควรเตรียมข้อมูลประเภทแหล่งน้ำ จำนวนจุดเก็บ วัตถุประสงค์ วันที่ต้องการใช้รายงาน และรายการตรวจเบื้องต้น ข้อมูลที่ชัดเจนช่วยลดการแก้ไขใบเสนอราคาและป้องกันการตรวจไม่ครบตามที่ต้องใช้จริง
Checklist ก่อนส่งตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้อ
- ระบุมาตรฐานและวัตถุประสงค์ของการตรวจเรียบร้อยแล้ว
- ยืนยันรายการโลหะหนักและจุลินทรีย์ครบ 8 รายการ
- ประเมินว่าต้องเพิ่มรายการตรวจตามความเสี่ยงหรือไม่
- กำหนดจุดเก็บและตั้งชื่อจุดให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
- ได้รับภาชนะและคำแนะนำจากห้องปฏิบัติการแล้ว
- วางแผนวันเก็บให้สอดคล้องกับระยะเวลานำส่ง
- เตรียมแบบบันทึกวันที่ เวลา และข้อมูลภาคสนาม
- ยืนยันวันที่ต้องใช้รายงานและรูปแบบเอกสารที่ต้องการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ
ตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้อต้องตรวจทั้งหมดกี่รายการ?
แนวปฏิบัติ มกษ. 6901(G)-2560 ระบุรายการหลัก 8 รายการ แบ่งเป็นโลหะหนัก 4 รายการ ได้แก่ สารหนู แคดเมียม ตะกั่ว และปรอท และจุลินทรีย์ 4 รายการ ได้แก่ Standard Plate Count, Coliform, E. coli และ Salmonella spp.
ต้องตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้อทุกปีหรือไม่?
เอกสารแนวปฏิบัติระบุให้มีผลตรวจสำหรับการประเมินครั้งแรก และตรวจอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อรอบการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม หากมีความเสี่ยงหรือข้อสงสัยในคุณภาพน้ำ ควรตรวจเพิ่มเติมตามสถานการณ์
น้ำประปาต้องส่งตรวจอีกหรือไม่?
แม้น้ำต้นทางจะมาจากระบบประปา คุณภาพน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อผ่านถังพัก ระบบท่อ หรืออุปกรณ์ภายในฟาร์ม การตัดสินใจควรพิจารณาจุดใช้งานจริง วัตถุประสงค์ของผลตรวจ และข้อกำหนดในการตรวจประเมิน
ควรเก็บตัวอย่างจากถังพักหรือปลายนิปเปิล?
หากต้องการประเมินน้ำที่ไก่ได้รับจริง จุดปลายระบบมีความเกี่ยวข้องมากกว่า แต่หากต้องการค้นหาต้นเหตุของปัญหา ควรเก็บเปรียบเทียบตั้งแต่แหล่งน้ำต้นทาง ถังพัก และปลายระบบจ่ายน้ำ
แล็บ ISO/IEC 17025 ตรวจได้ครบทุกรายการหรือไม่?
ต้องตรวจสอบขอบข่ายการรับรองของแต่ละห้องปฏิบัติการ เนื่องจากใบรับรอง ISO/IEC 17025 จะระบุรายการหรือวิธีทดสอบที่ผ่านการประเมิน ไม่ได้ครอบคลุมทุกการทดสอบโดยอัตโนมัติ
ผลตรวจไม่ผ่านสามารถส่งตัวอย่างใหม่ได้ทันทีหรือไม่?
ควรหาสาเหตุและแก้ไขระบบก่อนเก็บตัวอย่างใหม่ หากส่งตรวจซ้ำโดยไม่มีการจัดการต้นเหตุ ผลอาจยังคงไม่ผ่าน การเก็บซ้ำควรใช้จุดเดิมหรือจุดที่สามารถเปรียบเทียบกับผลเดิมได้
สรุปการตรวจน้ำฟาร์มไก่เนื้อให้ตรงตามมาตรฐาน
การ ตรวจน้ำ ฟาร์มไก่เนื้อ ตามแนวปฏิบัติ มกษ. 6901(G)-2560 ครอบคลุมรายการหลัก 8 รายการ ได้แก่ โลหะหนัก 4 รายการและจุลินทรีย์ 4 รายการ โดยต้องมีผลตรวจสำหรับการประเมินครั้งแรก อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อรอบการต่ออายุใบรับรอง และตรวจเพิ่มเติมเมื่อมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
ผลที่น่าเชื่อถือเริ่มจากการระบุวัตถุประสงค์ เลือกจุดเก็บ ใช้ภาชนะ และนำส่งตัวอย่างอย่างถูกต้อง ก่อนส่งตรวจจึงควรยืนยันรายละเอียดกับห้องปฏิบัติการทุกครั้ง โดยเฉพาะรายการทดสอบ ขอบข่ายการรับรอง และรูปแบบรายงานที่ต้องใช้
ฟาร์มที่ต้องการวางแผนรายการตรวจหรือบริการเก็บตัวอย่าง สามารถสอบถามรายละเอียดจาก WE Environment บริการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ พร้อมแจ้งประเภทแหล่งน้ำ จำนวนจุดเก็บ วัตถุประสงค์ และวันที่ต้องการใช้รายงาน เพื่อประเมินรายการทดสอบก่อนดำเนินการ


