การตรวจคุณภาพน้ำเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำสำหรับดื่ม น้ำประปา น้ำบาดาล หรือน้ำในระบบอุตสาหกรรม แต่หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจแล็คลาดเคลื่อนได้มากที่สุดก็คือ “การเก็บตัวอย่างน้ำไม่ถูกวิธี” บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย ว่าต้องเก็บยังไง ภาชนะแบบไหน ต้องใส่น้ำแค่ไหน เก็บไว้ยังไง และควรส่งให้แล็บเมื่อไหร่ เพื่อให้ได้ผลวิเคราะห์ที่แม่นยำที่สุด
สารบัญ
Toggleเลือกภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการเก็บตัวอย่างน้ำ
ภาชนะที่ใช้เก็บน้ำมีผลโดยตรงกับผลตรวจ เช่น ถ้าใช้ขวดที่มีสารปนเปื้อน หรือขวดที่เคยใช้ใส่อย่างอื่นมาก่อน อาจทำให้ผลทดสอบผิดเพี้ยนได้ ควรเลือกใช้:
-
ขวดที่แล็บจัดเตรียมให้ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
-
ขวดแก้วหรือขวดพลาสติกชนิดที่เหมาะกับการเก็บตัวอย่างน้ำ
-
ขวดที่สะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อ
ห้ามใช้ขวดที่เคยใส่น้ำหอม ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน น้ำปลา หรือของที่ทิ้งกลิ่น/สารตกค้าง เพราะจะรบกวนผลตรวจอย่างมาก

ปริมาณน้ำที่ต้องเก็บ ไม่ควรเก็บมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
การเก็บน้ำควรเก็บให้เต็มขวดตามปริมาตรที่แล็บแนะนำ เช่น 500 มิลลิลิตร หรือ 1 ลิตร โดยทั่วไปควรเก็บน้ำให้เต็มภาชนะ ไม่ควรเหลือช่องอากาศมากเกินไป เพราะอาจทำให้จุลินทรีย์ในน้ำเปลี่ยนไปเมื่อสัมผัสกับอากาศ แต่หากแล็บต้องการเก็บบางชนิด เช่น ตรวจคลอรีนอิสระ อาจต้องมีช่องอากาศเล็กน้อย ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของแล็บ
วิธีเก็บน้ำจากก๊อกหรือน้ำประปาให้ถูกต้อง
ก่อนเก็บตัวอย่างน้ำจากก๊อก ควรเปิดน้ำไหลทิ้งก่อนประมาณ 2–5 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นน้ำในระบบจริง ไม่ใช่น้ำค้างในท่อ จากนั้นจึงค่อยเก็บลงภาชนะ
ข้อควรทำ:
-
ล้างปากก๊อกก่อนเก็บน้ำ
-
เปิดน้ำไหลต่อเนื่องก่อนเก็บ
-
ห้ามเอานิ้วไปโดนน้ำในขวด
-
ปิดฝาทันทีหลังเก็บ
การทำตามขั้นตอนนี้จะช่วยให้ได้ตัวอย่างน้ำที่แทนสภาพจริงของระบบน้ำในพื้นที่
วิธีเก็บน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น บ่อ น้ำบาดาล น้ำผิวดิน
การเก็บน้ำจากแหล่งธรรมชาติต้องระวังมากขึ้น เพราะอาจมีตะกอนและแบคทีเรียลอยอยู่ที่ผิวน้ำ
วิธีที่เหมาะสมคือ:
-
จุ่มขวดลงไปใต้ผิวน้ำประมาณ 20–30 เซนติเมตร
-
เก็บในบริเวณที่น้ำไม่ไหลแรงเกินไป
-
หลีกเลี่ยงจุดที่ใกล้ขอบ สาหร่าย ตะไคร่ หรือโคลน

การเก็บและการขนส่งตัวอย่างน้ำ
เมื่อเก็บแล้ว ตัวอย่างน้ำควรถูกเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม และส่งไปแล็บโดยเร็วที่สุด
-
ควรเก็บในที่เย็น ประมาณ 2–4 องศา
-
หลีกเลี่ยงการวางกลางแดด
-
ไม่ควรทิ้งไว้ข้ามวัน
-
ควรส่งถึงแล็บภายใน 6–24 ชั่วโมง
ยิ่งตัวอย่างถึงแล็บเร็วเท่าไหร่ ผลตรวจยิ่งสะท้อนสภาพจริงของคุณภาพน้ำได้มากเท่านั้น
เขียนข้อมูลประกอบขวดตัวอย่างอย่างชัดเจน
ข้อมูลที่ควรระบุ:
-
วันที่และเวลาที่เก็บน้ำ
-
สถานที่เก็บ เช่น ห้องน้ำชั้น 2 ก๊อกซ้าย
-
ประเภทของแหล่งน้ำ
-
ผู้เก็บตัวอย่าง
-
จุดประสงค์การทดสอบ
การระบุข้อมูลอย่างถูกต้องช่วยให้แล็บแปลผลได้แม่นยำขึ้น และลดความผิดพลาดในการเทียบผล
สิ่งที่ต้องระวังเพื่อไม่ให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน
-
ห้ามใช้มือสัมผัสปากขวดด้านใน
-
ห้ามเปิดฝาขวดไว้นานขณะเก็บ
-
ห้ามใช้ภาชนะที่ไม่สมบูรณ์หรือปนเปื้อน
-
เลี่ยงการสั่นหรือการเขย่าขวดรุนแรง
-
ไม่ผสมน้ำจากหลายแหล่งเป็นขวดเดียว
ทุกขั้นตอนนี้ช่วยลดการปนเปื้อนที่ไม่พึงประสงค์ในตัวอย่าง
ให้ We Environment ช่วยแนะนำขั้นตอนการเก็บตัวอย่างน้ำอย่างถูกต้อง
We Environment มีประสบการณ์ตรวจน้ำให้กับบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสำนักงาน โรงแรม และสระว่ายน้ำ ทีมของเราพร้อม:
-
จัดเตรียมภาชนะเก็บตัวอย่างที่ถูกต้อง
-
ให้คำแนะนำการเก็บจากแหล่งน้ำแต่ละประเภท
-
วิเคราะห์ตัวอย่างน้ำอย่างแม่นยำในห้องแล็บมาตรฐาน
-
อธิบายผลตรวจแบบเข้าใจง่าย
-
ให้คำแนะนำวิธีแก้ไขคุณภาพน้ำตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
เป้าหมายของเราคือช่วยให้คุณมั่นใจว่า “น้ำที่คุณใช้เหมาะสมและปลอดภัย”
คำถามที่พบบ่อย
ควรเก็บตัวอย่างน้ำกี่ครั้งต่อปี?
หากเป็นน้ำดื่มหรือน้ำใช้ในบ้าน แนะนำตรวจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หากเป็นน้ำในโรงงานอุตสาหกรรมควรตรวจตามมาตรฐานที่กำหนด
ถ้ารอส่งแล็บนานเกิน 24 ชั่วโมง ผลตรวจจะผิดหรือไม่?
มีโอกาส ผลการตรวจจุลินทรีย์อาจคลาดเคลื่อน เพราะจำนวนแบคทีเรียเปลี่ยนตามเวลา
ขวดที่ใช้เก็บตัวอย่างต้องทำการล้างหรือไม่?
หากรับขวดจากแล็บ จะเป็นขวดที่พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องล้างเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อน
น้ำประปาที่บ้านชัดใส จำเป็นต้องส่งตรวจไหม?
จำเป็น เพราะน้ำที่ใสไม่ได้แปลว่าปลอดเชื้อหรือไม่มีสารเคมีตกค้าง
We Environment สามารถมาเก็บตัวอย่างให้นอกสถานที่ได้ไหม?
ได้ เรามีบริการเก็บตัวอย่างด้วยทีมงานภาคสนาม เพื่อความถูกต้องและความสะดวกของลูกค้า
อ่านเพิ่มเติม:


